posttoday
"น้ำดอกไม้สีทอง"ผลไม้ส่งออกดาวรุ่ง

"น้ำดอกไม้สีทอง"ผลไม้ส่งออกดาวรุ่ง

16 มกราคม 2557

วราภรณ์ เทียนเงิน

วราภรณ์ เทียนเงิน

ประเทศไทยถือเป็นแหล่งส่งออกมะม่วงรายใหญ่ในตลาดโลก ซึ่งพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ “น้ำดอกไม้” เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและหอมหวานเป็นจุดเด่น ทำให้ได้รับความนิยมจากลูกค้าต่างชาติเพิ่มมากขึ้นทุกปี

มานพ แก้ววงษ์นุกูล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตมะม่วงส่งออก จ.ฉะเชิงเทรา และนายกสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย เปิดเผยว่า มะม่วงไทยเป็นผลไม้ยอดนิยมและมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะกลุ่มลูกค้าต่างชาติชื่นชอบมะม่วงไทย ที่มีรสชาติอร่อยโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ต่างจากประเทศอื่น จนความต้องการบริโภคมีสูงกว่าปริมาณผลผลิตที่มีอยู่ในประเทศขณะนี้

ขณะเดียวกัน มะม่วงส่งออกของไทยยังใช้วิธีการปลูกแบบปลอดสารพิษ ทำให้ไม่เกิดปัญหาสารตกค้าง ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาตินิยม ตลาดหลักในการส่งออก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ยุโรป จีน มาเลเซีย และเวียดนาม รวมถึงประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ยอดการส่งออกในแต่ละปีสูงเกิน 1 แสนตัน และคาดว่าปีนี้ยอดการส่งออกจะเติบโตเกิน 10%

สำหรับราชินีของมะม่วงไทย อันดับหนึ่งยกให้ “น้ำดอกไม้สีทอง” ส่งออกที่ 95 บาทต่อกิโลกรัม อันดับสอง คือ น้ำดอกไม้เบอร์ 4 ราคา 90 บาทต่อกิโลกรัม อันดับสาม เขียวเสวยและแรด ราคา 50 บาทต่อกิโลกรัม และอันดับสี่ คือ ฟ้าลั่น ราคา 30 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาขายน้ำดอกไม้สีทองในต่างประเทศจะวางขายเป็นลูก ราคาสูงถึงลูกละ 200-300 บาท

ปัจจุบันถือเป็นยุคทองของเกษตรกรที่ปลูกมะม่วง เพราะเป็นอาชีพสร้างรายได้สูง บางรายมีรายได้ต่อปีีตั้งแต่ระดับ 1 ล้านบาท จนถึงระดับเกิน 100 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่ ซึ่งปัจจัยความสำเร็จมาจากการรวมกลุ่มกัน เพื่อกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์และร่วมกันพัฒนาการปลูก คุณภาพ ส่งผลดีต่อการปลูกมะม่วง ทำให้ได้ผลผลิตออกมาตลอดปี

ย้อนหลังไป 10 ปีก่อน มะม่วงไทยเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และเกษตรกรที่ทำสวนมะม่วงประสบปัญหาเรื่องรายได้ แต่หลังจากการรวมกลุ่มเป็นสมาคม ที่มี 40 กลุ่มชาวสวนมะม่วงจากทั่วประเทศ ทำให้เกิดความเข้มแข็ง เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยที่ภาครัฐไม่ต้องเข้ามาช่วยเหลือหรืออุดหนุนแต่อย่างใด

ขณะที่แหล่งปลูกมะม่วงในประเทศ จะมีหลายจังหวัด ได้แก่ จ.สระแก้ว อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ รวมทั้งอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน เป็นต้น และส่วนใหญ่จะมีผู้ส่งออกเข้ามารับซื้อมะม่วงจากเกษตรกรถึงสวน

ทั้งนี้ หากเกษตรกรสนใจอยากเริ่มต้นปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หรือมะม่วงพันธุ์อื่นๆ สามารถขอคำแนะนำกับสมาคมได้ รวมทั้งอยากแนะนำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาปลูกมะม่วงเพื่อส่งออกไปต่างประเทศกันมากขึ้น เพราะเชื่อว่าตลาดมะม่วงส่งออกยังมีอนาคตสดใสอยู่

สำหรับวิธีการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้นั้น จะใช้เงินลงทุนในระดับมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูกว่ามีจำนวนมากเพียงใด ซึ่งหากมีพื้นที่ 5 ไร่ ก็จะลงทุนในระดับประมาณ 4 หมื่นบาท เพราะต้นมะม่วงจะมีราคา 2030 บาทต่อต้นเท่านั้น และจะต้องปลูกในระยะเวลาประมาณ 34 ปี จึงเริ่มให้ผลผลิต ซึ่งในแต่ละปีให้ผลผลิตประมาณ 23 รุ่น

มานพ กล่าวว่า ในส่วนของตัวเองนั้น มีสวนปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อส่งออกใน จ.ฉะเชิงเทรา ภายใต้แบรนด์ “แก้ววงษ์นุกูล” มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 2,000 ไร่ ถือว่าเป็นผู้ปลูกมะม่วงรายใหญ่ใน จ.ฉะเชิงเทรา ก็ว่าได้ และที่ผ่านมาก็มียอดขายและยอดส่งออกเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

นับว่าเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีพลังขับเคลื่อนได้อย่างแข็งแกร่ง จนสามารถสร้างมะม่วงไทยให้มีศักยภาพการส่งออกอย่างโดดเด่นในตลาดโลก

ถือเป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรไทยกลุ่มอื่นๆ หันมารวมกลุ่มกัน เพื่อร่วมพัฒนาการเกษตรและผลักดันให้เป็นอาชีพดาวเด่นตลอดกาล ดังเช่นที่สมาคมชาวสวนมะม่วงไทยได้ทำสำเร็จมาแล้ว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน