
4เดือนยอดขอบีโอไอพุ่งสะท้อนนักลงทุนยังมั่นใจ
โพสต์ทูเดย์
— บอร์ดบีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 4 เดือน จำนวนโครงการพุ่ง 53.3% จำนวน 413 โครงการมูลค่า 1.35 แสนล้านบาทนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ภาวะการลงทุนในช่วง 4 เดือน (ม.ค.เม.ย. 2553) มีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 413 โครงการ เพิ่มขึ้น 53.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 269 โครงการ ขณะที่มูลค่าการลงทุนรวม 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จาก 1.34 แสนล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2552 สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังเชื่อมั่นที่จะลงทุนในเมืองไทย
สำหรับเดือน เม.ย. มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 106 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 2.67หมื่นล้านบาท สูงกว่าเดือน เม.ย.ของปี 2552 แง่จำนวนโครงการ 80% และมูลค่าเงินลงทุน 86% แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองยังไม่กระทบต่อการลงทุนในระยะนี้ และหากการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนด้วย
ทั้งนี้ ประเภทกิจการที่นักลงทุนเข้ามาขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด คือกิจการบริการและสาธารณูปโภค 115 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 7.7 หมื่นล้านบาท ด้านยานยนต์ เครื่องจักร โลหะ 85 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2 หมื่นล้านบาท เกษตรแปรรูป อาหาร 68 โครงการ มูลค่าลงทุน 1.7 หมื่นล้านบาท และเครื่องใช้ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ 63 โครงการ มูลค่า 9,000 ล้านบาท
ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ยื่นขอส่งเสริมการลงทุน 4 เดือนแรก พบว่ามีมูลค่าเงินลงทุน 5.3 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 140% ที่มีมูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด รองลงมา คือสิงคโปร์ และจีน
นางอรรชกา กล่าวว่า สำหรับประเด็นการขอใช้แรงงานต่างด้าวในกิจการที่ขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ที่ประชุมได้ให้บีโอไอกลับไปศึกษารายละเอียด หารือกับผู้ประกอบการอีกครั้ง ถึงสัดส่วนการใช้ ประเภทกลุ่มอุตสาหกรรม และจำนวนที่ชัดเจน รวมทั้งมาตรการนี้ต้องเป็นมาตรการระยะสั้น ผ่อนผันให้ชั่วคราวเฉพาะในช่วงวิกฤตเท่านั้น เนื่องจากถ้าอนุญาตเป็นระยะยาว จะส่งผลกระทบต่อบีโอไอเอง ที่เน้นการส่งเสริมให้ใช้แรงงานในประเทศ เพื่อให้เกิดการจ้างงานสูงสุด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนจำนวน 19 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 6.14 หมื่นล้านบาท โดยบริษัท เอสพีพี ได้อนุมัติรวม 4 โครงการ ผลิตไฟฟ้าป้อนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและส่วนภูมิภาค ด้านบริษัท พรีเชียส วิชเชส ได้รับส่งเสริมลงทุนกิจการขนส่งทางเรือ เส้นทางยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลาง เป็นต้น







