
แนะผู้ส่งออกปรับตัวไปขายสินค้าชนชั้นกลางจีน
แบงก์กรุงศรีฯ แนะผู้ส่งออกไทยปรับตัวรับปฏิรูปจีน เน้นผลิตสินค้าขายชนชั้นกลาง
แบงก์กรุงศรีฯ แนะผู้ส่งออกไทยปรับตัวรับปฏิรูปจีน เน้นผลิตสินค้าขายชนชั้นกลาง
ทีมเศรษฐกิจ ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรี อยุธยา ออกบทวิเคราะห์ว่า ผู้ส่งออกของไทยจะต้องเร่งปรับตัว เกาะกระแสปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมฉบับใหม่ในทศวรรษหน้าของจีน ซึ่งภาครัฐจะลดบทบาทการควบคุมเศรษฐกิจลงมาและหันไปให้ความสำคัญกับกลไกราคา ให้เอกชนมีบทบาทในการผลิตมากขึ้น สนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนเป็นหลัก
ฝ่ายวิจัยกรุงศรีฯ ประเมินว่า แผนการปฏิรูปดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในช่วง 35 ปีข้างหน้า ซึ่งการบริโภคเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และรูปแบบการใช้จ่ายเปลี่ยนไปจากที่เคยบริโภคสินค้าจำเป็น เช่น อาหารและเสื้อผ้า ไปเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย หรือสินค้ามีคุณภาพมากขึ้น โดยคาดว่าการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยจะเพิ่มเป็น 74% ของการใช้จ่ายรวมของคนในเมืองภายในปี 2568 จากปัจจุบัน 55% ซึ่งจะทำให้จีนกลายเป็นตลาดสินค้าฟุ่มเฟือยที่ใหญ่ที่สุดของโลกภายในปี 2563
ฝ่ายวิจัยกรุงศรีฯ วิเคราะห์ว่า โครงสร้างการส่งออกของไทยจะต้องปรับรูปแบบจากที่ผลิตในฐานะที่เป็นห่วงโซ่การผลิตของจีนเป็นหลัก มาเป็นผลิตเพื่อขายหรือตอบสนองชนชั้นกลางมากขึ้น โดยสินค้าและบริการที่น่าจะได้ประโยชน์ ได้แก่ สินค้าด้านสุขภาพ สปา อุปกรณ์การแพทย์ สินค้าที่สะท้อนฐานะทางสังคม สินค้าคุณภาพสูง มีความปลอดภัย รูปแบบทันสมัย และนักธุรกิจไทยอาจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์มาเน้นกลุ่มลูกค้าจีนที่มีรายได้และคุณภาพที่มีการใช้จ่ายต่อหัวสูง จึงจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้
ด้านกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าส่งออกไปจีนในปีนี้ 2.73 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ







