posttoday
มองไทย-อาเซียน

มองไทย-อาเซียน

14 มกราคม 2557

หากพูดถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หลายคนคงจะเคยได้ยินและรู้จักคำนี้ และเชื่อว่าคนที่มีความรู้เรื่องเออีซีถึงขั้นเรียกว่าเป็นกูรูได้นั้น คงมีชื่อของ เกษมสันต์ วีระกุล รวมอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน

หากพูดถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) หลายคนคงจะเคยได้ยินและรู้จักคำนี้ และเชื่อว่าคนที่มีความรู้เรื่องเออีซีถึงขั้นเรียกว่าเป็นกูรูได้นั้น คงมีชื่อของ เกษมสันต์ วีระกุล รวมอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน

เกษมสันต์เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่หันมาจับเรื่องเออีซีอย่างจริงจัง เนื่องจากมองภาพเศรษฐกิจมหภาคของไทยในขณะนี้แล้วไม่สบาย เพราะนับวันมีแต่ชะลอลงเรื่อยๆ และเห็นว่าเออีซีเป็นโอกาสและอนาคตของไทยที่จะพลิกโฉมประเทศ ดังนั้น จึงเข้ามาศึกษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มเดินทางไปศึกษาประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนว่ามีความเหมือนและต่างกับประเทศไทยอย่างไรในการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี

สำหรับเรื่องนี้ เกษมสันต์ ถือว่าเป็นความท้าทาย เพราะคนไทยยังไม่ค่อยเข้าใจเออีซี ขณะที่ภาครัฐในช่วงที่ผ่านมายังไม่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่า ประเทศต้องการอะไรและจะเดินต่อไปทางไหนในเวทีโลก ซึ่งจะทำให้เมืองไทยอาจคว้าโอกาสใหม่ๆ ไม่ทัน

“หลังเดินทางไปศึกษาถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซีของเพื่อนบ้าน พบว่า ทุกประเทศมีวิธีคิดแบบคนเอเชียไม่ต่างกันมาก แต่ระบบการบริหารจัดการและวิสัยทัศน์ของผู้นำประเทศต่างหากที่ต่างกัน เมื่อถามว่าเพื่อนบ้านมองไทยอย่างไร ส่วนใหญ่ต่างตอบว่า คนไทยเป็นคนน่ารัก นิสัยดี และเป็นประเทศที่เหมาะกับการเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อน แต่จะให้เข้ามาทำงานต้องคิดให้ดีก่อน เพราะยังไม่พร้อมหลายด้าน”

อย่างไรก็ตาม หากวันนี้มีการปลูกฝังให้เข้าใจเพื่อนบ้านอาเซียน วิธีคิดจะเปลี่ยนไป การเชื่อมโยงเรื่องต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เกษมสันต์ เล่าว่า จากการไปสิงคโปร์ต้องยอมรับว่า สิงคโปร์ก้าวข้ามความเป็นเออีซีไปแล้ว แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อย แต่รู้ตัวดีว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางการเจรจาการค้าของโลก เพื่อดึงดูดการลงทุนจากโลก

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้คุยกับคนไทยที่เคยอยู่ในเวียดนาม ทุกคนประทับใจคนเวียดนามหมด ไม่เหมือนกับบางคนที่ไม่เคยไปสัมผัส แต่กลับติดภาพว่าคนเวียดนามขี้โกง แม้ว่าอันดับการคอร์รัปชั่นของเวียดนามจะต่ำกว่าไทยก็ตาม แต่คนเวียดนามไม่โกงเรื่องใหญ่ๆ อย่างมากก็แค่ค่าน้ำร้อนน้ำชาเล็กๆ น้อยๆ เพราะกลัวการลงโทษทางกฎหมายที่จริงจัง ซึ่งเวียดนามเดินตามแผนสิงคโปร์ ดังนั้น เขาจะไม่แปลกใจเลย หากอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเห็นเวียดนามโฉมใหม่ที่อาจแซงหน้าไทยไปแล้ว

สำหรับมาเลเซียเป็นอีกประเทศที่มีโรดแมปประเทศชัดเจน จับต้องได้ มีการประกาศแผนพัฒนาประเทศชัดเจนว่าจะเดินไปทางไหน ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่เกิน 5 ปี มาเลเซียจะก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว เช่นเดียวกับอินโดนีเซียที่มีแรงดึงดูดจากนักลงทุนทั่วโลกมาก เนื่องจากมีตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ ที่สำคัญคนในประเทศยังมีกำลังซื้อสูง และอินโดนีเซียตระหนักถึงจุดเด่นข้อนี้ ดังนั้น ปัจจุบันอินโดนีเซียจึงเดินหน้าลงทุนด้านสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการลงทุนที่จะไหลเข้ามา

เมื่อมองย้อนกลับมาที่เมืองไทยถึงความคิดและความเชื่อที่ว่า ประเทศไทยยังมีความน่าสนใจในสายตาต่างชาติ แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อยู่นั้น เป็นเพราะไทยเป็นประเทศที่มีทำเลได้เปรียบ เนื่องจากตั้งอยู่จุดศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนนั้น เกษมสันต์ กลับมองว่า นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักเลย เพราะไทยก็ตั้งอยู่ตรงนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมไม่เห็นจะโตแซงหน้าคนอื่น

แต่กลับชี้ว่าสาเหตุหลักที่ต่างชาติยังสนใจมาลงทุนไทยคือ ความเนื้อหอมของเออีซีและอาเซียนที่มีการทำข้อตกลงทางการค้ากับอีก 6 ประเทศ (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์) ซึ่งประเทศเหล่านี้ถือเป็นครึ่งหนึ่งของโลกทั้งในแง่จำนวนประชากรและกำลังซื้อที่กำลังเติบโตและกำลังฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ต่างชาติต้องการใช้ไทยและอาเซียน เพื่อเป็นฐานในการผลิต การส่งออกและยังเป็นตลาดกระจายสินค้า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน