
กรุงไทยตั้งเป้าโตแสนล้านล.
ลุยกองอสังหาฯโครงสร้างพื้นฐานมองหุ้นฟื้นครึ่งปีหลังให้เป้า1,590จุด
ลุยกองอสังหาฯโครงสร้างพื้นฐานมองหุ้นฟื้นครึ่งปีหลังให้เป้า1,590จุด
บลจ.กรุงไทย ตั้งเป้าปีนี้สินทรัพย์โตแสนล้านบาท แตะ 6.5 แสนล้านบาท มองเป้าหุ้น 1,590 จุด
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทในปี 2557 ตั้งเป้าขยายมูลค่าสินทรัพย์ (เอยูเอ็ม) ภายใต้การบริหารเติบโต 18% จากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ 5.5 แสนล้านบาท เป็น 6.5 แสนล้านบาท โดยจะรักษาส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 3 ไว้
สำหรับแผนออกกองทุนใหม่ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้คาดว่าจะเสนอขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์สิทธิการเช่า Thai Hotel Investment Fund (THIF) มูลค่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งลงทุนในโรงแรมระดับ 36 ดาวในกรุงเทพฯ และในจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งเป็นของ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ
นอกจากนี้ ยังมีอีกสองกองทุนที่ได้ยื่นขอจัดตั้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปปลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่า Premium Outlet ของบริษัทในกลุ่มพีน่าเฮาส์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ลงทุนในศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ชะอำและเขาใหญ่ และกองทุนรวมสิทธิการเช่า GS Hospital มูลค่า 1,800 ล้านบาท ลงทุนในเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ Somerset ทองหล่อ ที่จะทยอยออกมาขาย รวมทั้งจะขอใบอนุญาตในการเป็นทรัสตี้เพื่อบริหารกอง REIT
นายสมชัย กล่าวว่า ผลงานในปี 2556 บริษัทสามารถขยายสินทรัพย์แตะ 5.5 แสนล้านบาท เติบโต 27% จากปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ 4.31 แสนล้านบาท และทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5.16 แสนล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นมากจากกองทุน อสังหาริมทรัพย์ 6 หมื่นล้านบาท และกองทุนรวมอื่นๆ 4.76 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมปีที่ผ่านมาเติบโต 16.5% มีสินทรัพย์อยู่ที่ 3.63 ล้านล้านบาท โดยเติบโตจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งปีนี้การเติบโตของอุตสาหกรรมก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับปีก่อนโดยคาดว่าสินทรัพย์จะเติบโตประมาณ 10%
นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นปีนี้บริษัทมองเป้าหมายดัชนีอยู่ที่ประมาณ 1,590 จุด จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภาวะอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ระดับต่ำเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก ส่งผลให้การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้หุ้นไทยจะได้รับความสนใจลดลงจากนักลงทุนต่างประเทศที่หันไปลงทุนตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว แต่เชื่อว่าเมื่อราคาอยู่ในระดับที่จูงใจก็จะดึงเม็ดเงินลงทุนกลับเข้ามา
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในครึ่งแรกของปีนี้ยังไม่สดใสมากนัก จากการลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ ประกอบกับปัญหาทางการเมืองในประเทศยังกดดัน โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังการลงทุนน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นการเมืองน่าจะคลี่คลาย หากระดับราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ต่ำกว่า 11 เท่า ถือเป็นระดับที่น่าสนใจลงทุนระยะยาว
“ดัชนีแถว 1,250 จุด ถือว่าถูกมากซึ่งกรณีเลวร้ายหากไม่มีการเลือกตั้ง ดัชนีอาจปรับตัวลงสู่ระดับ 1,1001,150 จุด พี/อี 10.5 เท่า แต่ไม่น่าจะหลุด 1,100 จุด เพราะหากต่ำกว่านี้จะต้องปรับจีดีพีและกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ลงก่อน กลับกันหากเลือกตั้งได้ดัชนีจะปรับขึ้นไปแถว 1,350 จุดอีกครั้ง” นายสมชัย กล่าว
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2557 นี้ คาดจะเติบโต 4.6% หากการเมืองยืดเยื้อทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบ 2557 ล่าช้า ก็อาจทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้เพียง 4.1% ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.75% ตลอดปี







