posttoday
อสังหาฯลงทุนเร็วยิ่งคุ้มค่า

อสังหาฯลงทุนเร็วยิ่งคุ้มค่า

13 มกราคม 2557

ก่อนอื่นดิฉันต้องทักทายสวัสดีปีใหม่กับคุณผู้อ่านทุกท่านก่อนนะคะ ขอให้ทุกท่านมีพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมเหมือนม้าศึกที่ฮึกเหิมในปีม้านี้นะคะ สิ่งใดที่คิดไว้ก็ขอให้ท่านผู้อ่านประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหมายไว้และโชคดีตลอดศกค่ะ

ก่อนอื่นดิฉันต้องทักทายสวัสดีปีใหม่กับคุณผู้อ่านทุกท่านก่อนนะคะ ขอให้ทุกท่านมีพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมเหมือนม้าศึกที่ฮึกเหิมในปีม้านี้นะคะ สิ่งใดที่คิดไว้ก็ขอให้ท่านผู้อ่านประสบความสำเร็จดังที่มุ่งหมายไว้และโชคดีตลอดศกค่ะ

ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ดิฉันได้ มีโอกาสไปต่างประเทศและบังเอิญเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่น่าสนใจมากค่ะ เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนในบ้านและอสังหาริม ทรัพย์ที่น่าสนใจมากเล่มหนึ่งค่ะ

หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “Property for Life : Using Property to Plan Your Financial Future” เขียนโดย Mark Armstrong และ David Johnston ค่ะ ซึ่งผู้เขียนทั้งสองท่านถือเป็นผู้มีความรู้และ ให้ความเห็นในด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงินชั้นนำของประเทศออสเตรเลียค่ะ

จากหนังสือเล่มนี้ ดิฉันมองเห็นถึงแนวคิดที่ชัดเจนในเรื่องการลงทุนในบ้าน (และสามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ได้ด้วย) ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมที่มีต่อการซื้อบ้านที่ต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างบ้านเราและบ้านเขาจากคำคำหนึ่งค่ะ นั่นก็คือ “Time in the market” หรือ “ระยะเวลาที่เราอยู่ในตลาด” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วคุณผู้อ่านที่เป็นนักลงทุนมักจะคุ้นเคยคำว่า “Timing the market” หรือ “การกะจังหวะเวลาของตลาด” มากกว่า

หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนได้สรุปถึงความสำคัญของ Time in the market ไว้อย่างน่าสนใจมากค่ะ โดยผู้เขียนระบุว่า ปกติในความเป็นจริงราคาบ้านนั้นมักจะโตเร็วกว่ารายได้ของเราเสมอ ดังนั้นแล้วยิ่งเราเข้าสู่ตลาดบ้านเร็วเท่าไหร่ เราก็ยิ่งได้กำไรและผลตอบแทนมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

ถามว่าพวกเขาทำไมถึงคิดแบบนั้น ดิฉันจะอธิบายให้เห็นภาพนะคะ สมมติว่าคุณผู้อ่านเริ่มต้นซื้อบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองตอนอายุ 25 ปี และคิดว่าจะอยู่ในบ้านหลังนั้นไปสัก 15 ปี แล้วค่อยขายทิ้งและซื้อหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมได้ตอนอายุ 40 ปี ซึ่งในตอนนั้นภาระการซื้อบ้านหลังใหม่ของท่านย่อมไม่หนักมาก เพราะมีกำไรจากการขายบ้านหลังเดิมตุนไว้มากและฐานรายได้ที่สูงขึ้น จากเดิม แต่ถ้าเราซื้อตอนอายุ 30 ปี ขายตอน 40 ปี เท่ากับเราอยู่ในบ้านหลังนี้น้อยลง ความมั่งคั่งที่เราจะได้จึงน้อยลง

ดังนั้น สรุปสาระที่เขียนมาจะเห็นภาพว่า การที่เรามองเรื่อง Time in มากกว่าเรื่อง Timing นั้น เราจะมีมุมมองที่เป็นระยะยาวมากขึ้น และการตั้งเป้าหมาย ในเชิงของ Time in ในการหาบ้านสักหลังก็จะช่วยให้เรามีวินัยในการวางแผนการเงินมากขึ้นด้วยค่ะ ซึ่งนั่นจะส่งผลดีต่อไปถึงทายาทเราด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน