
หุ้นสหรัฐดิ่งลงอย่างหนัก
ตลาดหุ้นสหรัฐสุดปั่นป่วน หุ้นดิ่งเหวทั้งกระดานเกือบ 1 พันจุดหลังคาดว่าเกิดความผิดพลาดในการเทขายหุ้นล็อตใหญ่ขึ้น ประกอบกับ กระแสความวิตกจากวิกฤตกรีซยังตามหลอกหลอนนักลงทุน
ตลาดหุ้นสหรัฐสุดปั่นป่วน หุ้นดิ่งเหวทั้งกระดานเกือบ 1 พันจุดหลังคาดว่าเกิดความผิดพลาดในการเทขายหุ้นล็อตใหญ่ขึ้น ประกอบกับ กระแสความวิตกจากวิกฤตกรีซยังตามหลอกหลอนนักลงทุน
รายงานระบุว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ร่วงลงอย่ารุนแรงในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดปัญหาทางเทคนิคขึ้น โดยเอเอฟพีรายงานว่า การเริ่มดิ่งเหวเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.25 น. กินเวลาเพียง 20 นาที ดัชนีดาวโจนส์ได้ตกลงไปถึง 998.5 จุด หรือกว่า 9% สร้างความเสียหายให้กับมูลค่าตลาดหลายพันล้านเหรียญ ในทันที ก่อนที่เมื่อปิดตลาด ดาวโจนส์ จะไต่ขึ้นมาได้ราว 2 ใน 3 จากที่ตกลงไป ขึ้นมาปิดที่ 347.80 จุด หรือคิดเป็น 3.20% อยู่ที่ 10,520 จุด
ทั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุของความผิดปกติในครั้งนี้ ทว่าได้เกิดข่าวลือในตลาดว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค จากกลุ่มนักค้าหุ้นของซิตี้กรุ๊ก ที่ได้ขายหุ้นของบริษัท โพรคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล ไปมากถึง 1.6 หมื่นล้านหุ้น แทนที่จะเป็นแค่ 16 ล้านหุ้น
"อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เรายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า ซิตี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดพลาดครั้งนี้หรือไม่" สตีเฟน โคเฮน โฆษกของซิตี้กรุ๊ปกล่าว
กระนั้น ทางด้าน โฆษกของสำนักงานตลาดหุ้นนิวยอร์ค กลับยืนยันว่าไม่พบความผิดพลาดทางเทคนิคในการซื้อขายแต่อย่างไร
ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐ ติดลบในระดับตัวเลข 3 หลักมาหลายวัน จากปัญหาความวิตกกังวลต่อวิกฤตหนี้ในกรีซ ที่ปะทุขึ้นเป็นความรุนแรงจนทำให้มีประชาชนเสียชีวิตไป 3 ราย อีกทั้งยังเกิดความไม่แน่นอนขึ้นว่า ประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซน จะผ่านมติความช่วยเหลือหรือไม่ แม้ว่าสหภาพยุโรป และไอเอ็มเอฟ จะได้ข้อตกลงให้ความช่วยเหลือกับกรีซเป็นมูลค่า 1.1 แสนล้านยูโรแล้วก็ตาม แต่ก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการอนุมัติจากสภาของประเทศสมาชิกยูโรโซน 15 ชาติเสียก่อน
ส่วนดัชนี แนสแดก ปิดตลาดลดลง 82.65 จุด หรือ 3.44% ไปอยู่ที่ 2,319.64 จุด และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ลดลงไป 37.72 จุด หรือ 3.24% ไปอยู่ที่ 1,128.15 จุด
กระแสลบจากตลาดหุ้นสหรัฐยังทำให้ตลาดหุ้นเอเชียสั่นสะเทือนในทันทีเมื่อเปิดตลาดเช้านี้ด้วย โดยนิคเคอิของญี่ปุ่น ติดลบลงไปแล้ว 402.24 จุด หรือ 3.76% ส่วนฮั่งเส็งลดลงไป 433.91 จุด หรือ 2.16% ไปอยู่ที่ 19,699.50 จุด ส่วนดัชนี SETm ของไทย ลดลงไปแล้ว 11.61 จุด หรือ 1.46%







