
ซูเปอร์คาร์อ้อนรัฐลดภาษีนำเข้าหวังดึงผู้บริโภคดันตลาดโต
ในปี 2557 เป็นปีที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าในปีนี้ ตลาดรถหรูจะเติบโตต่อเนื่องจากการที่รถยนต์แบรนด์หรูหลายๆ แบรนด์ขยายฐานเปิดตัวในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา สวนทางตลาดรถยนต์ทั่วไปที่จบไม่สวยนักในปี 2556
ในปี 2557 เป็นปีที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าในปีนี้ ตลาดรถหรูจะเติบโตต่อเนื่องจากการที่รถยนต์แบรนด์หรูหลายๆ แบรนด์ขยายฐานเปิดตัวในประเทศไทยในปีที่ผ่านมา สวนทางตลาดรถยนต์ทั่วไปที่จบไม่สวยนักในปี 2556
ขณะที่แนวโน้มยอดจดทะเบียนของรถหรูมีเพิ่มขึ้นทุกปี อย่างไรก็ดี การเติบโตของตลาดรถหรูนั้นก็ยังเป็นการเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมากนัก เพราะเป็นความต้องการเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากกว่าคนปกติ ปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ค่ายรถยนต์หรูต่างหวังให้ผู้บริโภคในทุกระดับได้มีโอกาสใช้รถยนต์ของค่ายตนเองกันทั้งนั้น แต่ด้วยการจัดเก็บภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้าที่สูง เป็นสิ่งที่ทำให้รถหรูยังไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากนัก
สำหรับอัตราการเก็บภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้านั้น จะเป็นการเก็บค่าราคาการสำแดงราคาของในใบขนสินค้า (ซีไอเอฟ) ซึ่งประกอบไปด้วยภาษีสรรพสามิตอีก 30-50% ภาษีมหาดไทย 10% และค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7%
โดยสรุปแล้วรถยนต์นำเข้า 1 คัน จะมีอัตราภาษีตั้งแต่ 187.47328% แล้วแต่ขนาดเครื่องยนต์ ซึ่งอัตราดังกล่าวถือเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ จนทำให้มีผู้นำเข้ารถบางรายอาศัยช่องทางนำเข้ารถโดยหาเหตุเลี่ยงภาษีและนำรถมาขายในราคาถูก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริษัทผู้แทนจำหน่ายรถอย่างเป็นทางการ
ด้านผู้นำเข้ารถยนต์เฟอร์รารีอย่าง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ ได้ให้ความเห็นถึงเรื่องดังกล่าว โดยอยากให้ทางภาครัฐจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์เพื่อเข้ามาจำหน่ายในประเทศให้ต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้ราคารถมีราคาถูกลงด้วย
ทั้งนี้ บริษัทได้เสียภาษีนำเข้ารถเฟอร์รารีเพื่อมาจำหน่ายในประเทศสูงถึง 328% ทั้งๆ ที่ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศเสียภาษีเพียงแค่ประมาณ 200% เท่านั้น ซึ่งหากภาครัฐสามารถลดการจัดเก็บภาษีได้เหลือราว 200% ก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยผลักดันธุรกิจการจำหน่ายรถยนต์นำเข้าจากประเทศได้ และยังช่วยให้ผู้ที่สนใจรถนำเข้าสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น แบบในต่างประเทศที่เราสามารถเห็นรถยนต์ในระดับซูเปอร์คาร์วิ่งอยู่ทั่วไปตามท้องถนน คนในทุกระดับสามารถเป็นเจ้าของได้
ขณะที่ สุทธิพงษ์ วรรณวานิช ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ก็หวังให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีได้ให้ตามเป้า เพื่อจะได้ไม่กระทบต่อการปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มเติม โดยรถยนต์หรูซึ่งจัดอยู่ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูงขึ้นอยู่แล้วจะมีราคาสูงเพิ่มขึ้น โดยรถยนต์แอสตัน มาร์ตินนั้น มีสมรรถภาพที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำได้
อย่างไรก็ดี มาตรการทางภาษีนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด หากภาครัฐแก้ไขปัญหาได้เร็วจัดเก็บในราคาเหมาะสม ภาครัฐเองก็อาจจะมีรายได้จากการเก็บภาษีรถนำเข้าต่างๆ เหล่านี้ได้อีกเป็นมูลค่ามหาศาล เพราะตลาดรถยนต์หรูระดับพรีเมียมและซูเปอร์คาร์นั้น ก็มีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน นอกจากนี้ผู้บริโภคก็จะมีโอกาสได้ใช้รถหรูที่ดีและมีคุณภาพในจำนวนมากขึ้นเช่นกัน







