
ส่องงบการศึกษาไทยเวิร์กแค่ไหนในอาเซียน
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไทยได้ชื่อว่าทุ่มเทงบประมาณให้กับการพัฒนาระบบการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไทยได้ชื่อว่าทุ่มเทงบประมาณให้กับการพัฒนาระบบการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน ทว่า ผลการประเมินของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม กลับพบว่าคุณภาพการศึกษาไทยอยู่อันดับที่ 8 รั้งท้ายในเซียน
เมื่อเทียบเม็ดเงินด้านการศึกษาระหว่างปี 2556 และ 2557 พบว่า รัฐบาลได้บรรจุเรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไว้ในแผนนโยบายเร่งด่วนประจำปีงบประมาณ 2556 และได้จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งสิ้นจำนวน 3,557.13 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณรวม 1,610 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการศึกษาของไทยให้พร้อมรับ เออีซี
วงเงินดังกล่าวได้ถูกกระจายให้กับสองหน่วยงาน ที่อยู่ภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) วงเงินรวม 26.47 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับการจัดสรรงบวงเงินมากสุด 948.91 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้แบ่งงบไป 76.6 ล้านบาท ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สศอ.) ได้รับงบประมาณ 100 ล้านบาท
สำหรับปี 2557 รัฐบาลจัดสรรงบให้กระทรวงศึกษาธิการวงเงินสูงถึง 1,275.65 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังไปกองอยู่ที่ สพฐ.มากถึง 1,156.04 ล้านบาท เนื่องจากต้องดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดรัฐทั้งหมด รองลงมาเป็นของ สอศ. 87.05 ล้านบาท แม้ตัวงบประมาณจะลดลงแต่ก็เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังเน้นกระตุ้นให้เด็กหันมาสนใจเรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการแรงงานสายอาชีพของอาเซียน
นอกจากนี้ยังมีโครงการร่วมมือกับอาชีวศึกษาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม โดยเฉพาะโครงการเชื่อมโยงความร่วมมืออาชีวะแบบไตรภาคีระหว่างไทยลาว และเวียดนาม โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตกำลังคนอาชีวะป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานของทั้งสามประเทศให้ตรงตามความต้องการ
เม็ดเงินที่เหลือกระจายอยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวง 24.55 ล้านบาท ที่มีสองหน่วยงานในสังกัด คือ สช.และ กศน. ซึ่งงบส่วนนี้คาดว่าจะเทไปอยู่ที่การสร้างต้นแบบศูนย์อาเซียนศึกษา เพื่อใช้สร้างความตระหนักรู้ การเตรียมพร้อมเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนแบบครบวงจร ด้าน สกอ.ได้งบไปแค่ 8 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้เผยแพร่ความรู้เรื่องอาเซียน จัดอบรมและแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษา รวมทั้งสนับสนุนการฝึกงานในต่างประเทศ
น่าสังเกตว่างบประมาณด้านการศึกษาของไทยต่อจีดีพีมีสัดส่วนสูงกว่าสิงคโปร์ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ด้วยซ้ำ แต่เพราะเน้นแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงทำให้คุณภาพการศึกษาไทยถูกจัดอยู่ในอันดับรั้งท้ายเช่นนี้
เรื่องนี้ ภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วย รมว.ศึกษาธิการ มองว่า ภาคการศึกษาไทยควรพัฒนาทางด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน โดยจะต้องปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้กว้างและลึกขึ้น เพื่อให้เด็กไทยมีคุณภาพพร้อมรับการแข่งขันในอนาคต
นอกจากนี้จะต้องเน้นพัฒนาการศึกษาสาย วิชาชีพให้มากขึ้น เพราะไทยต้องพัฒนาอุตสาหกรรม ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องใช้บุคลากร ที่มีความรู้และทักษะมากขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
รวมทั้งต้องพัฒนาด้านภาษาที่มีความจำเป็นมากขึ้น ควบคู่กับความเท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจะช่วยดึงให้ไทยหลุดพ้นจากอันดับรั้งท้ายได้







