
กองทุนสิงคโปร์รุกธุรกิจหน้าใหม่ไทย
เอกซ์พารา เวนเจอร์ กองทุนสิงคโปร์ รุกเจาะกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ไทย ชี้งานสร้างสรรค์สูง
เอกซ์พารา เวนเจอร์ กองทุนสิงคโปร์ รุกเจาะกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ไทย ชี้งานสร้างสรรค์สูง
“เอกซ์พารา” ชี้ไทยถึงแม้มีปัญหาทางด้านการเมือง แต่ก็ยังสามารถเติบโตในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง บวกกับมีแรงงานคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงสามารถคิดสรรค์ธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายบริษัทใหม่ในนาม เอกซ์พารา เวนเจอร์ (ประเทศไทย) พร้อมสร้างฐานการเติบโตเพื่อบริษัทหน้าใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายของระดมทุนกองทุน100 ล้าน สิงคโปร์ดอลล่า เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการลงทุนสู่ความเป็นนานาชาติ เพื่อสอดคล้องกับการเปิดประตูสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนในเวทีการค้าเสรีอาเซียน
นายดักลาส อับราฮัม ผู้ก่อตั้งบริษัท เอกซ์พารา เวนเจอร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เอกซ์พารา เป็นบริษัทจากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 ดำเนินธุรกิจสนับสนุนการเงินและการลงทุนให้แก่บริษัทหน้าใหม่ (StartUp) ที่มีนวัตกรรมทางความคิด ในตลาดด้านสื่อดิจิตอล พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน
สำหรับการเข้ามาเปิดตลาดการลงทุนในประเทศไทย เพราะแนวโน้มแรงงานรุ่นใหม่ๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง เห็นได้จากจำนวนมูลค่าเพิ่มของการบริโภคสินค้าประเภทเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศของกลุ่มคนเมืองที่เป็นไปในทิศทางบวก ประกอบกับปัจจัยของการพัฒนาด้านวิทยาการที่เป็นผลพลอยได้จากต่างประเทศ ทำให้เกิดการเติบโตของความคิดสร้างสรรค์จนเกิดความน่าสนใจ รวมทั้งระดับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญในตลาดการลงทุน คือ จำนวนผู้ทำธุรกิจร่วมลงทุน หรือ Venture Capitalist ยังไม่มีตัวเลข หรือจำนวนที่เห็นได้อย่างชัดเจนในประเทศไทย จึงคาดว่าการลงทุนประเภทนี้สำหรับในประเทศไทยยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
“เราเชื่อมั่นว่าจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถผลิตบริษัทหน้าใหม่ StartUp ที่มีความสามารถและศักยภาพออกสู่ตลาดนานาชาติได้อย่างแน่นอน จึงเป็นที่คาดการณ์ได้ว่าจะระดมทุนได้ภายในปีแรกอย่างน้อย 90 ล้านเหรียญสิงคโปร์เป็นอย่างน้อย” นายดักลาส กล่าว
ทั้งนี้ เอกซ์พารา ได้ถูกรับเลือกเป็นผู้จัดคอร์สศึกษาตลาดไทยในชื่อโครงการ iSTART (ไอ สตาร์ท) ซึ่งเป็นโครงการที่มีต้นแบบร่วมพัฒนาโดยบริษัทเอกซ์พารา และรัฐบาลสิงคโปร์ ใช้เพื่อส่งเสริมการเปิดตลาดต่างประเทศของเหล่าบริษัทหน้าใหม่ โดยปีนี้ประเทศไทยได้ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ทางหน่วยงานของรัฐบาลสิงคโปร์ส่งผู้ประกอบธุรกิจกว่า 15 บริษัทเพื่อมาดูงาน
ปัจจุบัน เอกซ์พาราได้หาเงินลงทุนให้กับบริษัทหน้าใหม่รวมกันแล้วกว่า 22 บริษัท สามารถระดมทุนรวมเป็นมูลค่ากว่า 7 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือราว 175 ล้านบาท
ประสบความสำเร็จจนเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ปัจจุบันได้ขยายการดำเนินธุรกิจในระดับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ควบรวมประเทศที่มีศักยภาพด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่าง ประเทศสิงค์โปร์ มาเลเซีย และ ไทย ภายใต้องค์กรในชื่อ “เอกซ์พารา เวนเจอร์ (ประเทศไทย)”
โดยด้านการดำเนินธุรกิจสนับสนุนเงินทุน Expara ดำเนินธุรกิจผ่านทางบริษัทย่อย ซึ่งได้ถูกรับเลือกจากสำนักงานรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ให้เป็น 1 ในไม่กี่ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเพื่อเป้าหมายให้เงินสนับสนุนแก่กิจการบริษัทหน้าใหม่ (StartUp) ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Expara ได้หาเงินลงทุนให้กับ StartUp รวมกันแล้วกว่า 22 บริษัท สามารถการระดมทุนรวมเป็นมูลค่ากว่า 7 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 175 ล้านบาท ในขณะเดียวกันธุรกิจด้านให้คำปรึกษาด้านการลงทุนExpara มีส่วนช่วยให้หน่วยงานวิจัยของรัฐบาลประเทศสิงคโปร์ สามารถนำงานวิจัยออกมาทำเป็นธุรกิจสร้างผลตอบแทนได้จริง พร้อมระดมทุนได้มากกว่า 3 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือราว 75 ล้านบาท โดยให้คำปรึกษาครบวงจรตั้งแต่การนำความคิดริเริ่มทางธุรกิจ การบริหารธุรกิจ การทำการตลาด จนต่อยอดสร้างรายได้เป็นตัวเงิน
เหตุจุงใจหลักที่ทำให้ Expara
เอกซ์พารา ได้ถูกรับเลือกเป็นผู้จัดงานคอรสศึกษาตลาดไทยในชื่อโครงการ iSTART (ไอ สตารท์) ซึ่งเป็นโครงการที่มีต้นแบบร่วมพัฒนาโดย บริษัทเอกซ์พารา และ รัฐบาลประเทศสิงคโปร์ใช้เพื่อส่งเสริมการเปิดตลาดต่างประเทศของเหล่าบริษัท Startup โดยประกาศรับสมัครคัดเลือกบริษัทที่มีความสามารถในการทำตลาดต่างประเทศสูง เพื่อพาไปศึกษาตลาดแบบเข้าถึงตัวผู้มีบทบาทสำคัญในแวดวงธุรกิจ StartUp ซึ่งตลอดโครงการ iSTARTนอกจากจะมีการสรรหานักธุรกิจและนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจากการระดมทุนมาเป็นพี่เลี้ยงวิทยากรให้คำชี้แนะ เทคนิคการนำพาธุรกิจเข้าสู่ตลาดต่างแดนแบบตัวต่อตัว โครงการนี้ยังสนับสนุนการเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ เพื่อสร้างเครือข่ายเน็ตเวิร์คทางุรกิจระหว่างคนในวงการ รวมถึงการพาไปเยี่ยมชมพบปะพูดคุยกับ ผู้ประกอบการด้านสื่อสารโทรคมนาคม นอกจากนี้โครงการฯ ยังเน้นด้านการสร้างเครือข่ายแนะนำบอกต่อ ให้ทาง StartUp ได้นัดหมายประชุมหารือร่วมกับบริษัทคู่ค้าสำคัญต่อๆ ไปอีกด้วย ซึ่งจากเนื้อหาที่เข้มข้นบวกกับประสบการณ์การทำงานกับ StartUp จึงไม่น่าแปลกใจที่
หากย้อนภาพความสำเร็จของโครงการ iSTART ในต่างประเทศ นั้นมีให้เห็นมากมาย อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และจีน โดยปีนี้ประเทศไทยได้ถูกคัดเลือกให้เป็น 1 ในไม่กี่ประเทศที่ทางหน่วยงานภาครัฐบาลประเทศสิงคโปร์ประสงค์จะส่งผู้ประกอบธุรกิจกว่า 15 บริษัทเพื่อมาดูงาน ถึงแม้ iSTART@Thailand ยังไม่มีผลสรุปถึงความสำเร็จในแง่ของรายได้ หรือผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากโครงการดังกล่าวเนื่องจากงานเพิ่งจัดเสร็จไปเมื่อต้นเดือนธ.คที่ผ่านมาแต่ ทางผู้จัดงานมีความมั่นใจมากว่าจะสามารถประสบความสำเร็จน่าพอใจไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ที่จัดมาก่อนหน้า เนื่องจากได้รับการต้อนรับอยากดี ทั้งจากพี่เลี้ยงนักธุรกิจ/นักลงทุนผู้มากประสบการณ์(mentor) ผู้เข้าร่วมโครงการ ก่อให้เกิดการนัดประชุมหารือระหว่างคู่ค้า เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเข้มข้นอีกด้วย







