
สินค้าไทยแห่ปักธงอาเซียนปีม้าหันโกยรายได้นอกประเทศ
นับถอยหลังจากนี้ไป การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ประเด็นที่น่าจับตามองในปี 2557 ภาคธุรกิจไทยทั้งระดับยักษ์ใหญ่และกลางเริ่มประกาศแผนการตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในต่างแดนแทนการเติบโตภายในประเทศ ที่มีปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน
นับถอยหลังจากนี้ไป การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะเหลือระยะเวลาอีกเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ประเด็นที่น่าจับตามองในปี 2557 ภาคธุรกิจไทยทั้งระดับยักษ์ใหญ่และกลางเริ่มประกาศแผนการตลาดในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในต่างแดนแทนการเติบโตภายในประเทศ ที่มีปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน
บุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ในปี 2557 หากมองถึงกำลังการซื้อของผู้บริโภค เชื่อว่าไม่ดีไปกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้นนโยบายการทำตลาดเพื่อผลักดันให้บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงมองโอกาสขยายตลาดอาเซียนเชิงรุกมากขึ้น
ทั้งนี้ การบุกตลาดเพื่อรองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ส่วนตลาดในไทยบริษัทวางเป้าหมายแค่รักษายอดขายไม่ให้ตกลง ซึ่งในอาเซียนบริษัทเปิดตลาดมานานร่วม 10 ปี แต่รายได้ในตลาดต่างประเทศถือว่ายังเป็นส่วนน้อย
ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ สภาพตลาดเบียร์มูลค่า 1.2 แสนล้านบาทในไทยเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ตลาดเติบโตเพียงแค่ 12% เท่านั้น การที่รายได้ของบริษัทจะเติบโตได้ต้องมาจากการแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง
ปัจจัยที่ทำให้ตลาดเบียร์ไม่เติบโต มีทั้งกฎหมายและกฎระเบียบการทำตลาด ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค ขณะที่เป้าหมายบริษัทต้องมีรายได้เติบโตอย่างน้อย 810% ทุกปี สำหรับแผนธุรกิจเบียร์สิงห์ปีนี้จะให้ความสำคัญกับการทำตลาดอาเซียน เพราะตลาดต่างประเทศจะเป็นตัวผลักดันให้ยอดขายของสิงห์เติบโตก้าวกระโดด บริษัทจะไม่มองทำตลาดแค่เฉพาะประชากร 70 ล้านคน แต่เรามองถึงการเข้าไปทะลวงคน 600 ล้านคน
ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราช้าง กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจไทยเบฟ วางเป้าจะก้าวขึ้นติดอันดับท็อปไฟว์ หรือ 1 ใน 5 ของตลาดเครื่องดื่มและอาหารในเอเชีย ปี 2563 ด้วยการเติบโต 15-17% ต่อเนื่อง จากปัจจุบันรั้งอันดับ 7 โดยคิรินเป็นอันดับ 1 ในตลาดเอเชีย
ขณะที่การบุกตลาดบริษัทจะใช้เครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์เป็นสินค้าเรือธงบุก ภายใต้การผนึกกำลังสินค้าพอร์ตโฟลิโอ 3 บริษัท ได้แก่ เสริมสุข โออิชิ และเอฟแอนด์เอ็น ส่วนในอาเซียน ตลาดเหล้าถือว่าเป็นโอกาสทองของบริษัท เพราะมีคู่แข่งน้อยรายเมื่อเทียบกับเบียร์ การแข่งขันสูง รวมทั้งยังสนใจซื้อกิจการใหม่ๆ ต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด
บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล กล่าวว่า ปีนี้ธุรกิจหรือการลงทุนที่จะเป็นดาวรุ่งคงหนีไม่พ้นการเข้าไปลงทุนในอาเซียน รองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 แต่ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าไปลงทุนจะเป็นลักษณะการต่อยอด หลังจากปูรากฐานทางธุรกิจไว้แล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้
การเข้าไปลงทุนธุรกิจในอาเซียน ตลาดที่มีความร้อนแรงที่ผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนมีด้วยกัน 4 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม พม่า ลาว และกัมพูชา ขณะที่นโยบายเครือสหพัฒน์ให้ความสำคัญกับการเข้าไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียนไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่เน้นการลงทุนธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เครือสหพัฒน์ตั้งเป้ารายได้ในอาเซียนในปี 2558 ต้องมีสัดส่วนรายได้เพิ่มจาก 5% เป็น 10-15% ของรายได้รวมบริษัท
ใจกล้า กาดำดวน รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท รมิตา เฮลธ์แอนด์บิวตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงรมิตา กล่าวว่า ปีนี้ผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงไทย และขายตรงชั้นแนวหน้าจะเข้าไปเปิดตลาดในอาเซียนจากปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการเข้าไปเปิดธุรกิจ สัดส่วน 20% และปีนี้เพิ่มเป็นมากกว่า 30%
นับจากนี้ไปอาเซียนจะเริ่มกลายเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการขายตรงไทยเข้าไปรุมทึ้ง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพจะเติบโตเมื่อเทียบกับตลาดขายตรงในไทยมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะเติบโตไม่ถึง 7% โดยมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจที่ผกผันจากปัญหาการเมือง อีกทั้งยังเป็นตลาดที่การแข่งขันมีความรุนแรง
ต้องติดตามว่าทัพธุรกิจไทยที่เข้าไปปักธงในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ธุรกิจขายตรง เชื่อว่าคงต้องเร่งสร้างรากฐานทั้งภาคการผลิต ระบบขนส่ง และบริหารต้นทุนสินค้าให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับการแข่งขันตลาดอาเซียนที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในปี 2558







