
ดิจิตอลพลังซื้อผู้หญิง
สารพัดปัจจัยลบในปี 2556 ที่กระทบธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
สารพัดปัจจัยลบในปี 2556 ที่กระทบธุรกิจในภาพรวม โดยเฉพาะการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นต้นทุนหนักสำหรับเอสเอ็มอีโดยเฉพาะขนาดกลางและเล็กที่ต้องแบกภาระจนหลังแอ่นไม่ต่ำกว่า 30% ของต้นทุนรวม รวมถึงพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่กระทบต่อกำลังซื้อในตลาดอย่างเทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าบริการในปัจจุบัน
เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า สำหรับธุรกิจในปี 2557 ที่จะมีโอกาสเติบโตสูงหรือขึ้นสู่การเป็นธุรกิจดาวรุ่งนั้นยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระแสสุขภาพ ความงาม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงการเข้ามาของสื่อโทรทัศน์ดิจิตอล (ทีวีดิจิตอล) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางใหม่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทำตลาดสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลก คือ อำนาจการตัดสินใจด้านกำลังซื้อที่มาจาก “ผู้หญิง” ที่ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่พบว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี) ในช่วงที่ผ่านมามาจากอำนาจการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจากกลุ่มผู้หญิงเป็นหลักไม่ต่ำกว่า 70% ทีเดียว
แนวโน้มดังกล่าวที่เกิดขึ้น กลุ่มธุรกิจสมัยใหม่หรือเจ้าของสินค้าบริการประเภทต่างๆ อาจจำเป็นต้องหันไปพัฒนาสินค้า อุปกรณ์ การออกแบบ ให้เหมาะสมหรือตรงกับความต้องการด้านการใช้งานสำหรับผู้หญิงมากขึ้น เช่น อุปกรณ์เครื่องมือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือเครื่องมือหนัก (ฮาร์ดแวร์) ที่เคยเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ชาย ก็อาจหันมาพัฒนาการออกแบบเพื่อการใช้งานสำหรับผู้หญิงด้วย เป็นต้น นอกเหนือจากกลุ่มสินค้าเพื่อความงาม เครื่องสำอาง ที่ยังคงครองแชมป์ธุรกิจดาวรุ่งมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์) ของผู้บริโภค จะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตออนไลน์ ทั้งการสืบค้นหาข้อมูล การสั่งซื้อสินค้าผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่จะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เจ้าของสินค้าธุรกิจบริการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ฯลฯ ยังมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นอีกมาก ซึ่งการเติบโตของธุรกิจและสื่อกลุ่มดังกล่าวยังหนุนให้ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเติบโตไปด้วย ซึ่งเอสเอ็มอีจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับธุรกิจดาวร่วงในปีนี้ คาดจะยังต่อเนื่องจากปีก่อน คือ กลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการหรือพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคไปแล้ว รวมถึงกลุ่มธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานคนเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมเซรามิก สิ่งทอ เป็นต้น
ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงแนวทางการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจทั่วไปและกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอี ในปี 2557 นี้ ที่จะยังมุ่งเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง อาทิ งานภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความงาม บริการสปา หรือด้านการแพทย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศไทยที่มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ (เมดิคัล ฮับ) ในอาเซียนด้วย
สอดคล้องกับกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ภาคบริการ ด้านสุขภาพ และอาหารเครื่องดื่ม ที่มองว่าจะยังมีแนวโน้มการเติบโตดีต่อเนื่องในปีนี้ จากข้อได้เปรียบหลายอย่างภายในประเทศ ขณะที่ธุรกิจดาวร่วงหรือที่คิดว่าไม่น่าจะไปรอดนั้นยังคงเป็นกลุ่มที่มีต้นทุนการผลิตสูงจากแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้กิจการอยู่รอดได้
อย่างไรก็ตาม ในทุกภาคธุรกิจยังสามารถขึ้นสู่การเป็นธุรกิจดาวรุ่งได้ หากมีการพัฒนาหรือเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และบริการออกมาได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับตลาดตามแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
แนวโน้มดังกล่าวน่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีทั้งรายเก่า รวมทั้งเถ้าแก่มือใหม่ที่กำลังเตรียมเข้ามาในตลาดต่อการวางแผนกิจการให้สอดคล้องกับภาวการณ์เศรษฐกิจและตลาดในปีนี้







