
แนวโน้มพัฒนาคนปี 2014
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของปี ค.ศ. 2012 ของบริษัททั่วโลก โดย ASTD (American Society of Training and Development) ได้ผลสรุปออกมาให้เราทราบเมื่อเร็วๆ นี้ และชี้ให้เห็นแนวโน้มต่างๆ ที่น่าสนใจในด้านการพัฒนาคน เช่น องค์การต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มตัวอย่างรวมบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 องค์การที่ได้รับรางวัลจาก ASTD และองค์การที่เป็นสมาชิก ASTD ที่เข้าร่วมเปิดเผยข้อมูล
จากการเก็บรวบรวมข้อมูลของปี ค.ศ. 2012 ของบริษัททั่วโลก โดย ASTD (American Society of Training and Development) ได้ผลสรุปออกมาให้เราทราบเมื่อเร็วๆ นี้ และชี้ให้เห็นแนวโน้มต่างๆ ที่น่าสนใจในด้านการพัฒนาคน เช่น องค์การต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มตัวอย่างรวมบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 องค์การที่ได้รับรางวัลจาก ASTD และองค์การที่เป็นสมาชิก ASTD ที่เข้าร่วมเปิดเผยข้อมูล
การศึกษาครั้งนี้ยังทำให้เห็นแนวโน้มว่าการเรียนรู้แบบ Formal Training หรือเรียนในห้องแบบเป็นทางการลดลงถึง 6% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 2010 ซึ่งน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีเพราะอันที่จริงการเรียนรู้ที่มีประสิทธิผลควรเป็นระบบ 702010
แนวโน้ม 702010 คืออะไร 70% เป็นการเรียนรู้ในที่ทำงาน หรือระหว่างการทำงาน (InformalAction/Experiential Learning) เช่น OntheJob Training เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์และลงมือปฏิบัติในงานจริง 20% เป็นการเรียนรู้โดยได้รับการกระตุ้นสนับสนุน (InformalRelationship/DiscussionBased Learning) เช่น ได้รับการโค้ชโดยหัวหน้าหรือโค้ชภายนอก การโค้ชแบบกลุ่มย่อย เพื่อประหยัดเวลาและกระตุ้นการแลกเปลี่ยน การจัดให้มีพี่เลี้ยงหรือคู่หู (Buddy) ในการพัฒนา หรือส่งเสริมให้ร่วมเครือข่ายต่างๆ ที่เสริมการเรียนรู้ เช่น สมาคมต่างๆ ที่เปิดกว้างให้คนทั่วไปร่วมกิจกรรม และ 10% เป็นการเรียนรู้เป็นทางการ (FormalStructured Learning) เช่น การเรียนรู้ในห้องเรียน เรียนทางไกล ออนไลน์ หรือ ELearning ซึ่งมักมีวิทยากรหรือผู้สอนมาทำหน้าที่ถ่ายทอดด้วย
ที่ผ่านมาองค์กรมักมุ่งไปที่ 10% ทั้งที่เราตระหนักดีว่า ธุรกิจและบุคคลจะได้ประโยชน์สูงสุดจากการจัดการเรียนรู้ให้เป็นระบบ 702010 อีกทั้งเมื่อผู้เรียนไปเข้า Workshop ใดๆ มา ซึ่งเป็นส่วนของ 10% และจัดให้มีการติดตามผลการนำมาปฏิบัติ โดยใช้วิธีของ 70/20 เข้ามาเสริม ก็จะทำให้การลงทุนนั้นๆ คุ้มค่ามากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในการใช้ระบบนี้อย่างมีประสิทธิผล ผู้นำและหัวหน้างานจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการการเรียนรู้ของคน และกลยุทธ์การเรียนรู้มากขึ้น (Learning Strategies) หรืออย่างน้อยมีทักษะการโค้ชขั้นพื้นฐาน ในการบริหารคนองค์การในอดีตเน้น Command and Control องค์การในอนาคตจะเน้น Coaching and Communication มากขึ้น ผู้นำและผู้จัดการที่ไม่มีทักษะด้านนี้ไม่ควรปล่อยตนเองตกขบวนนะคะ สำหรับท่านที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมาก หรือไม่สะดวกต่อการโค้ชตัวต่อตัว สามารถใช้กระบวนการ การโค้ชกลุ่มย่อย (Group Coaching) ซึ่งเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ามากขึ้น การเพิ่มความมั่นใจและทักษะด้าน Group Coaching เป็นการเพิ่ม Meeting & Facilitation Skills ให้ผู้นำและผู้จัดการ และหากมีผู้ร่วมกิจกรรมนี้จากหลายแผนก ก็จะได้ประโยชน์ด้านการประสานงานระหว่างแผนกอีกด้วย (CrossFunctional Collaboration)
นอกจากนี้ การพัฒนาคนจะมีแนวโน้มไปสู่ BusinessCentric Approach มากขึ้น ที่ผ่านมาองค์การมากมายเน้นที่ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (LearnerCentric) และเชื่อว่า ถ้าผู้เรียนคาดหวังอะไร หรือต้องการพัฒนาอะไร และได้เรียนรู้ตามนั้น ผลงานเขาย่อมดีขึ้นและนำไปสู่ผลลัพธ์ของธุรกิจที่ดีขึ้น นั่นคือเริ่มวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นหลักก่อน และจัดหาการเรียนรู้ให้ อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาจากองค์การที่ได้รับความสำเร็จใน Learning and Development ได้พบว่า องค์การเหล่านี้ใช้ BusinessCentric Approach นั่นคือ เริ่มวิเคราะห์ความต้องการของธุรกิจก่อน และมั่นใจว่าการเรียนรู้และพัฒนาใดๆ ควรสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ (Alignment) และขั้นต่อไปจึงจะมาดูที่วิธีการที่จะถ่ายทอดให้ตรงกลุ่มผู้เรียน และจะปรับให้เหมาะกับกลุ่มต่างๆ อย่างไร







