
แนะไทยหาทางออกดูบทเรียนเพื่อนบ้าน
นักวิชาการชี้นายทุนเอี่ยวการเมืองเสี่ยงดีสุดขั้วแย่สุดขีด แนะไทยดูบทเรียนเพื่อนอาเซียนหาทางออก
นักวิชาการชี้นายทุนเอี่ยวการเมืองเสี่ยงดีสุดขั้วแย่สุดขีด แนะไทยดูบทเรียนเพื่อนอาเซียนหาทางออก
นายธานี ชัยวัฒน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานสัมมนาวิชาการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง “หลัง 14 ตุลาคม: นายทุนไทย” ว่า การที่นายทุนเข้ามามีบทบาทต่อการเมืองแบบเบ็ดเสร็จมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะอาจเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ประเทศดีมากหรือเลวไปเลยก็ได้ ปรากฏการณ์ทักษิณที่เกิดขึ้นก็เช่นกัน ไทยมีโอกาสที่จะเป็นได้ทั้งสองทาง
นอกเหนือจากไทยที่มีระบอบทักษิณและอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะไปทางใด กลุ่มทุนกับการเมืองยังพบเห็นได้ในเอเชีย ซึ่งมีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว เช่น ยุคเฟอร์ดินาน มาร์กอส ในฟิลิปปินส์ นายพลซูฮาร์โต ในอินโดนีเซีย ที่มีลักษณะของการรวบอำนาจและทำให้ประเทศล่ม แต่บางประเทศก็ปฏิรูปสำเร็จ คือ ยุคนายพลปาร์คจุงฮี ของเกาหลีใต้ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ของมาเลเซีย ลีกวนยู แห่งสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่ที่ความสามารถในการรวบอำนาจ เพราะหากทำได้ก็มีโอกาสปฏิรูปสำเร็จ กลุ่มธุรกิจของนายทุนการเมืองจะได้รับประโยชน์พร้อมกับกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่จะเข้มแข็งและนำกลุ่มการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพ แต่ก็มีความเสี่ยงอีกว่าหลังรวบอำนาจได้แล้วจะปฏิรูปประเทศจริงหรือไม่
กรณีของฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทยตอนนี้ หากละประเด็นเรื่องนิสัยของผู้ปฏิบัติออกไป ปัญหาหลักอยู่ที่รวบอำนาจไม่ได้เบ็ดเสร็จ เมื่ออำนาจกระจัดกระจาย การปฏิรูปจึงเผชิญแรงต้าน รวมทั้งมีต้นทุนมาก เพราะต่างแสวงประโยชน์
ทั้งนี้ มองว่าหากไม่มีปรากฏการณ์ทักษิณ ประเทศไทยก็จะเดินไปเรื่อยๆ และมีหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จตามโมเดลนี้ การเมืองจะทำหน้าที่บริหารจัดการอำนาจและประนีประนอมสำหรับทุกฝ่าย แต่แนวโน้มการคอร์รัปชั่นจะลดลง เพราะภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้น
“แต่เราย้อนเวลาไม่ได้แล้ว ถึงตอนนี้ก็ต้องถามประชาชนว่าจะไปทางไหน ต้องพูดคุยกัน ที่ผ่านมาประชาธิปไตยแบบไทยไม่ได้ถูกฝึกให้คุยกัน เหมือนเด็กทะเลาะกันก็ต้องหาคนกลางมาแก้ปัญหา ผิดกับต่างประเทศที่ครูไม่ยุ่งหากเด็กต่อยกัน เด็กต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันให้ได้” นายธานี กล่าว







