
ทันสถานการณ์
คาดปีนี้ผลผลิตไม้ผลเพิ่มเล็กน้อย
คาดปีนี้ผลผลิตไม้ผลเพิ่มเล็กน้อย
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปี 2557 ผลผลิตผลไม้ในภาพรวมเฉลี่ยสูงกว่าปีที่ผ่านมาไม่มากนัก แบ่งเป็น ผลไม้ภาคเหนือ ได้แก่ ลิ้นจี่ จะมีปริมาณผลผลิตรวม 52,670 ตัน ขณะที่ลำไยจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 644,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 11.49% ด้านผลไม้ภาคตะวันออก คาดว่าจะมีผลผลิตรวม 752,000 ตัน แบ่งเป็น ทุเรียน 325,400 ตัน มังคุด 129,600 ตัน เงาะ 230,800 ตัน และลองกอง 66,061 ตัน ด้านผลไม้ภาคใต้พบว่าผลผลิตส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเช่นกัน มีเพียงลองกองที่มีแนวโน้มลดลง โดยทุเรียนจะออกสู่ตลาด 231,800 ตัน มังคุด 127,595 ตัน เงาะ 75,736 ตัน และลองกอง 87,300 ตัน
สำหรับแนวทางบริหารจัดการผลไม้ ปี 2557 จะยังคงใช้มาตรการระบายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต โดยจับคู่จังหวัดแหล่งผลิตและแหล่งจำหน่ายทั้งที่เป็นผลสดและแปรรูป ซึ่งเป็นมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาผลผลิตกระจุกตัวเช่นเดียวกับที่ใช้ในปี 2556 และมีเพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานอื่นอีก ซึ่งขณะนี้แนวทางบริหารจัดการได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปกรมส่งเสริมการเกษตรต้องไปดำเนินการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญเพื่อให้ได้ข้อมูลเพื่อเตรียมวางแผนและกำหนดมาตรการต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.
พลังงานจากขยะไทยไม่คืบ
รายงานข่าวจากกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานทดแทนด้านพลังงานชีวมวล พลังงานจากก๊าซชีวภาพ และพลังงานขยะ พบว่าพลังงานขยะในประเทศไทยยังไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุหลักมาจากอัตราส่งเสริมไม่จูงใจเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่เอกชนต้องแบกรับแทนภาครัฐตลอดระยะเวลา 2025 ปี อีกทั้งขยะในประเทศไทยมีความชื้นสูง ไม่มีการคัดแยก จึงทำให้โครงการที่ใช้ระบบเตาเผาขยะโดยตรงล้มเหลว ขายไฟฟ้าได้ไม่ถึง 50% ของที่ประเมินไว้ ขณะที่การผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกก็ไม่ประสบความสำเร็จต้องทยอยปิดตัวลง โดยนำพลาสติกที่แยกได้ไปขายเพื่อรีไซเคิลแทนการนำไปเข้าเครื่องผลิตเป็นน้ำมัน ส่วนพลังงานชีวมวลพบว่าโครงการส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จ ขณะที่พลังงานจากก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียไปได้ดีพอสมควร
กสอ.แจงผลดำเนินงานปี’56
นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2556 กสอ.ได้ส่งเสริมเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนหรือโอท็อป ผ่านกิจกรรม 4 กลุ่ม รวม 58 โครงการ มีกิจการที่เข้าร่วมจำนวน 7,245 กิจการ และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 35,658 คน โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น650 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 1.กิจกรรมฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ใช้งบประมาณรวม 168 ล้านบาท มีกิจการที่เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 653 กิจการ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 22,396 คน 2.กิจกรรมยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมใช้งบประมาณรวม 396 ล้านบาท มีกิจการที่เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 6,044 กิจการ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 9,990 คน 3.กิจกรรมพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ มีโครงการที่ส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งหมด ใช้งบประมาณรวม 60.5 ล้านบาท มีกิจการที่เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 421 กิจการ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 2,765 คน และ 4.กิจกรรมแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้งบประมาณรวม 29.6 ล้านบาท มีกิจการที่เข้าร่วมในกิจกรรมกว่า 130 กิจการ มีผู้เข้าร่วมกว่า 507 คน
ยืดเวลาให้กู้เอสเอ็มอีชายแดนใต้
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2556 มีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 1 ปี หรือจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. 2557 จากเดิมที่จะสิ้นสุดมาตรการสิ้นปี 2556 วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยให้ธนาคารออมสินเป็นผู้ดำเนินโครงการต่อไป และใช้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามเดิมที่ ครม.อนุมัติไว้ตามที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอ เนื่องจากหอการค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันว่าหากไม่มีการขยายระยะเวลาโครงการ ผู้ประกอบการจะต้องกลับไปใช้สินเชื่อในอัตราปกติ (ร้อยละ 10 หรือมากกว่า) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันในด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้







