posttoday
คำสั่งกรมบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ลูกหนี้ตามคำพิพากษา

คำสั่งกรมบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ลูกหนี้ตามคำพิพากษา

06 พฤษภาคม 2553

ปัจจุบันมีลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งถูกสถาบันการเงินยึดทรัพย์เกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน

ปัจจุบันมีลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งถูกสถาบันการเงินยึดทรัพย์เกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน

โดย...เดชา กิตติวิทยานันท์
 
ปัจจุบันมีลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งเป็นจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งถูกสถาบันการเงินยึดทรัพย์เกี่ยวกับการกู้เงินซื้อบ้าน ทนายคลายทุกข์ขอนำคำสั่งกรมบังคับคดีที่ 452/48 มานำเสนอให้ผู้อ่านได้นำมาใช้เป็นข้อมูลหากต้องถูกยึดทรัพย์บังคับคดี เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและคดีนายประกันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางเดียวกันจึงให้มีคำสั่งดังต่อไปนี้

1.ให้ยกเลิกคำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 261/2548 ลงวันที่ 8 มิ.ย. 2548 เรื่องการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

2.เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตั้งเรื่องบังคับคดีให้วางเงินทดรองค่าใช้จ่ายชั้นบังคับคดี ดังนี้

2.1 ยึดอสังหาริมทรัพย์จำนวน 2,500 บาท

2.2 ยึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน สำนวนละ 1,500 บาท

2.3 ขอให้บังคับคดีแทนไปยังศาลอื่น สำนวนละ 1,000 บาท

ในระหว่างการบังคับคดีหากค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดีเหลือน้อยหรือไม่เพียงพอ เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายในถิ่นทุรกันดาร ฯลฯ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายแจ้งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจำนวนที่เห็นสมควร

3.การยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ให้ดำเนินการยึด ณ ที่ทำการ โดยไม่ต้องไปดำเนินการยึด ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เว้นแต่ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขามีคำสั่งอนุญาตเนื่องจากสภาพทรัพย์มีรายละเอียดมากมีโครงสร้างซับซ้อน

3.1 ให้ผู้นำยึดส่งเอกสารประกอบการยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทำการดังต่อไปนี้

3.1.1 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารสำคัญที่ดินอื่นๆ หรือในกรณีไม่มีต้นฉบับเอกสารสิทธิอยู่ในความครอบครองให้คัดสำเนาที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) เช่น หนังสือรับรอง เป็นต้น

3.1.2 สำเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทายาท คู่สมรส ผู้รับจำนอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่ยึดเป็นปัจจุบัน ซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.3 หนังสือสำคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งเจ้าพนักงานรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.4 แผนที่ทำการไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึดพร้อมสำเนา

3.1.5 ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึดและแผนที่ของทรัพย์ที่จะยึดพร้อมแถลงรายละเอียดของทรัพย์ที่ยึด

3.2 เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ ณ ที่ทำการครบถ้วนแล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน เกี่ยวกับคดีนั้นๆ ในระบบสารสนเทศให้ครบถ้วน

3.3 การยึดทรัพย์สินที่ติดจำนองบุคคลภายนอก ในการแจ้งการยึดให้ผู้รับจำนองทราบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในหนังสือการยึดด้วยว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวโดยปลดการจำนอง ในกรณีที่ผู้รับจำนองยื่นหนังสือคัดค้านวิธีการขายทอดตลาดตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งไปนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอความเห็นพร้อมคำสั่งต่อผู้อำนวยการกองผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

3.4 การยึดตามสำเนาเอกสารสิทธิที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำส่งในกรณีที่เอกสารสิทธิไม่อยู่ในครอบครอง ก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีจะรายงานขออนุญาตขายทอดตลาดให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกให้ผู้ที่ยึดถือเอกสารสิทธิส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อตรวจสอบสารบัญการจดทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดเพื่อทราบถึงสิทธิโดยชอบของลูกหนี้ตามคำพิพากษา

4.ในการยึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน ให้ผู้นำยึดนำส่งเอกสารประกอบการยึดสังหาริมทรัพย์ให้ครบถ้วน

5.ก่อนไปทำการยึดสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ผู้นำยึดจัดเตรียมยานพาหนะที่จะขนย้ายทรัพย์ด้วยและบรรดาสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ให้เก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจำหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดีหรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาแล้วแต่กรณี เว้นแต่

5.1 ทรัพย์ซึ่งมีลักษณะอาจทำให้เกิดสกปรก มีกลิ่น หรืออาจรบกวนหรือก่อความรำคาญ

5.2 ทรัพย์ซึ่งมีน้ำหนักมากหรือไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายหรือมีความสูงหรือมีความกว้างขวาง หรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา

5.3 ทรัพย์ซึ่งโดยสภาพอาจเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารวัตถุเคมี หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง

5.4 ทรัพย์ซึ่งต้องรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพตัวทรัพย์

5.5 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน เช่น ทรัพย์ที่ถูกยึดตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

5.6 ทรัพย์ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความสนใจของบุคคลที่จะซื้อ เช่น เครื่องจักรที่ใช้การไม่ได้โดยสภาพ หรือเครื่องจักรที่เมื่อขนย้ายแล้วจะทำให้ใช้การไม่ได้ รถยนต์ที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีสภาพชำรุด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสภาพใช้การไม่ได้ หรือเครื่องนุ่งห่มหลับนอนที่ผ่านการใช้มาแล้ว เป็นต้น

5.7 ทรัพย์ซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีความประสงค์หรือยินยอมมิให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจำหน่ายทรัพย์สิน หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา

5.8 เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรว่าไม่ควรนำมาเก็บรักษาที่สถานรักษาและจำหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาแล้วแต่กรณี

6.การยึดทรัพย์สินมีค่า เช่น อัญมณีต่างๆ ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์มีค่าอื่นๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำมาเก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคงของกรมบังคับคดีหรือตู้นิรภัยของหน่วยงานนั้นๆ

7.ในส่วนกลางหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาทรัพย์ให้เสนออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายชี้ขาด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน