
เป็นโบรกเกอร์ทองยุคนี้"แสนเหนื่อยยาก"
ใครว่าเป็นโบรกเกอร์ทองสมัยนี้จะสบาย หลังจากราคาทองร่วงดิ่งเหวมากกว่า 20%
โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
ใครว่าเป็นโบรกเกอร์ทองสมัยนี้จะสบาย หลังจากราคาทองร่วงดิ่งเหวมากกว่า 20% ในปี 2556 จนฉุดให้จำนวนสัญญาซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ที่เคยฮอตติดลมบน เป็นสินค้าดาวรุ่ง ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX ในช่วงระหว่างปี 2554-2555 ด้วยจำนวนสัญญาซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ในหลักระดับหมื่นสัญญา ขณะนี้หดตัวลงเหลือ 9,100 สัญญาเท่านั้น
สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน TFEX ขณะนี้กลับเป็นฟิวเจอร์สที่อ้างอิงสินค้าเกี่ยวกับหุ้น โดยเฉพาะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงหุ้นรายตัว และฟิวเจอร์สอ้างอิงดัชนีหุ้น SET50
ผลดังกล่าวยังทำให้อันดับส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของบรรดาโบรกเกอร์ทองทั้ง 6 ราย ปรับตัวลดลงตามวอลุ่มโกลด์ฟิวเจอร์สที่ลดลง จากที่เคยเฉลี่ยที่ 34% ขณะนี้หดตัวลงมาเหลือ 12% เท่านั้น
“บุญเลิศ สิริภัทรวณิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส หนึ่งในโบรกเกอร์ทอง กล่าวยอมรับว่า ด้วยภาวะตลาดทองหดตัว ได้กระทบต่อความสามารถในการทำธุรกิจของบรรดาโบรกเกอร์ทอง ผู้ให้บริการใน TFEX เพราะไม่สามารถสร้างภาพลักษณ์ให้บริการด้านหุ้น ได้เท่ากับโบรกเกอร์หุ้น ทั้งที่เรามีความเชี่ยวชาญสินค้าทางด้านฟิวเจอร์สเป็นอย่างดี
“ตลาดหดตัวลงไปเยอะ และปริมาณการซื้อขายที่เห็นก็พบว่าเป็นมาร์เก็ตเมกเกอร์เสียมาก ขณะที่มีลูกค้าอยู่น้อย ดังนั้นการจะเอาคอมมิชชั่นมาหารรวมกันยังไม่ไหว เพราะตลาดเล็กเกินจะสร้างรายได้ให้ครอบคลุมกับโบรกเกอร์ที่มีอยู่ จะให้เราไปทำพอร์ตเทรดโบรกเกอร์ เข้าไปเก็งกำไรก็เกรงว่าจะไม่คุ้มกับความเสี่ยง” บุญเลิศ กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส ยังมองปี 2557 ด้วยความหวังว่าภาพรวมตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส น่าจะดีขึ้น โดยฝากความหวังไว้กับทาง TFEX จะเข้ามาช่วยทำมาร์เก็ตติ้ง กระตุ้นตลาดให้มีสีสันมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากในการทำการตลาด การลงทุนทองคำเป็นเรื่องยากภายใต้ภาวะเงินบาทแกว่งตัว เพราะถึงจะคาดเดาทิศทางราคาทองคำถูกทาง แต่กลับมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ เช่น มองทองขึ้น แต่อยู่ในจังหวะบาทแข็งค่า ทำให้สุทธิแล้วผู้ลงทุนไม่ได้กำไร หรือมองทองลงแต่บาทอ่อนค่า ก็ไม่ทำกำไร ทำให้ปี 2557 เป็นปีที่เหนื่อยสำหรับผู้ลงทุนทองคำ
โบรกเกอร์ทองจำเป็นต้องปรับตัวรับกับสภาพตลาด ในส่วนของออสสิริสเองนั้น พยายามปรับตัวในการให้บริการฟิวเจอร์สอ้างอิงสินค้าประเภทอื่นๆ จนเป็นผลให้ในระยะ 45 เดือนมานี้รายได้คอมมิชชั่นจากสินค้าอื่นๆ ใน TFEX เพิ่มขึ้นมามีสัดส่วน 50% เท่ากับโกลด์ฟิวเจอร์สแล้ว จากก่อนหน้านี้รายได้จากโกลด์ฟิวเจอร์สมีมากถึง 80% ขณะที่ฟิวเจอร์สอ้างอิงสินค้าอื่นมีเพียง 20% เท่านั้น
“เราสู้อยู่แล้ว ปรับตัวมาทำสินค้าอื่นเพราะเรามีความเชี่ยวชาญเรื่องฟิวเจอร์ส เพียงแต่สินค้าอ้างอิงเปลี่ยนไปเท่านั้น โดยมีบุคลากรพร้อมให้บริการ แต่ยืนยันว่าเราจะไม่ทิ้งความชำนาญด้านทองคำแน่นอน” บุญเลิศ กล่าว
ทางด้าน “ธนรัชต์ พสวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ช่วงทองขาลงกระทบกับธุรกิจทางด้านอนุพันธ์ของฮั่วเซ่งเฮงพอสมควร แต่ทั้งนี้ สินค้าใน TFEX ของฮั่วเซ่งเฮงยังมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะ 6 เดือนที่ผ่านมา กลับพบว่ามาร์เก็ตแชร์ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในบรรดาโบรกเกอร์ทองด้วยกัน
สาเหตุหลักที่ผลักดันให้มาร์เก็ตแชร์ของฮั่วเซ่งเฮง เพิ่มขึ้นนั้น เป็นเพราะได้ปรับกลยุทธ์หันมาเน้นและให้บริการฟิวเจอร์สอ้างอิง SET50 และอ้างอิงหุ้นรายตัว จนทำให้ยอดสินค้าเหล่านี้มีสัดส่วน 70% และโกลด์ฟิวเจอร์สหดตัวลงเหลือ 30% จากก่อนหน้านี้เป็นสินค้าหลัก
“ผู้ลงทุนทองคำในบ้านเรา ถนัดการลงทุนในช่วงขาขึ้นมากกว่าขาลง ทั้งที่สามารถใช้ฟิวเจอร์สเข้ามาลงทุนได้ทั้งสองขา แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางบริษัทได้พยายามปรับตัวให้ลูกค้าหันมาเล่นสินค้าอื่นใน TFEX แต่ก็ยอมรับว่าถึงจำนวนสัญญาของซิงเกิ้ลสต๊อกจะมีอยู่สูง แต่ก็ไม่น่าจะครอบคลุมต้นทุนของบริษัทได้ เพราะมีคอมมิชชั่นที่ถูกกว่าโกลด์ฟิวเจอร์ส” ธนรัชต์ กล่าว
ปี 2557 จำนวนสัญญาซื้อขายจะสูงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย และยังเป็นปีที่โบรกเกอร์ทองต่างมีการลงทุนในระดับสูง ทั้งการจ่ายค่าใบอนุญาตเพื่อสามารถให้บริการเต็มรูปแบบและมีการปรับปรุงระบบไอที เพื่อให้เชื่อมกับระบบของตลาดอนุพันธ์ที่มีการปรับปรุงระบบไอที







