
การเมืองไม่ฉุดเออีซี
นักวิชาการเชื่อปัญหายืดเยื้อไม่เกินปีพาณิชย์ชี้เจรจาอาร์เซปสะดุดชั่วคราว
นักวิชาการเชื่อปัญหายืดเยื้อไม่เกินปีพาณิชย์ชี้เจรจาอาร์เซปสะดุดชั่วคราว
นักวิชาการยันการเมืองไม่เสถียร ไม่กระทบเดินหน้าเออีซี พาณิชย์ย้ำ RCEP แค่ชะงักชั่วคราว
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปัญหาเสถียรภาพการเมืองขณะนี้จะกระทบการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ของไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหาการเมือง แต่เบื้องต้นเชื่อว่าจะไม่กระทบ เพราะไม่น่าจะยืดเยื้อเกิน 1 ปี
นอกจากนี้ ข้อตกลงต่างๆ ที่ไทยทำร่วมกับสมาชิกเออีซีนั้น ล้วนตกลงเสร็จสิ้นและได้ดำเนินการปฏิบัติไปแล้ว เช่น การลดภาษีสินค้าประเภทต่างๆ เหลือ 0%
“ในช่วงไม่ถึง 2 ปีที่เหลือ อาเซียนไม่ควรจะมีการเจรจาข้อผูกพันพิเศษเพิ่มเติมอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่น่าจะมีเรื่องให้ต้องตกลงอะไรกัน การเมืองขณะนี้ก็ไม่กระทบ” นายธนวรรธน์ กล่าว
ในแง่การเตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซีนั้น เชื่อว่าจะเดินหน้าไปได้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเช่นกัน เพราะปัจจุบันยังไม่ปรากฏชัดว่ามีกฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับเออีซีโดยตรงที่ต้องเร่งนำเข้าสภาเพื่อพิจารณา ขณะเดียวกันเรื่องการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงอาเซียนภายใต้โครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หากศาลเห็นว่าทำได้ ก็ขึ้นกับรัฐบาลใหม่ในการมาสานต่อ
ขณะที่ภาคเอกชนก็มีการเตรียมความพร้อมกันเองอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แม้จะมีปัญหาการเมืองเข้ามาก็เชื่อว่าจะเดินหน้าไปได้
ด้านนางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างอาเซียนและ 6 ประเทศพันธมิตร ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์นั้น จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องที่เป็นข้อผูกพัน ทำให้การเจรจาเรื่องสำคัญต้องรอรัฐบาลใหม่
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเจรจา RCEP จะลุล่วงได้ทันปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ตั้งใจจะเปิด RCEP เนื่องจากอาเซียนมีกรอบเจรจาทวิภาคีกับแต่ละประเทศอยู่แล้ว การเจรจา RCEP จึงเพียงนำกรอบเดิมทั้ง 6 ฉบับมาพิจารณาใหม่ร่วมกันเพื่อให้เกิดมาตรฐานที่เป็นสากลมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรฐานทั้งการค้าและบริการของ RCEP จะสูงกว่ามาตรฐานของเออีซี เนื่องจากประเทศพันธมิตรหลายประเทศเป็นประเทศพัฒนาแล้วมาตรฐานที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นมาตรฐานกึ่งฝรั่ง รอการกำหนดรายละเอียดว่าจะมีผลต่อสินค้าและบริการใดก่อนหลัง







