
กันกุลฯกำไรโตปี’57
เป้ารายได้3.2พันล้านตุนไว้แล้วเกินครึ่งลงทุนโรงไฟฟ้าพม่าออกผลสดใส
เป้ารายได้3.2พันล้านตุนไว้แล้วเกินครึ่งลงทุนโรงไฟฟ้าพม่าออกผลสดใส
GUNKUL มั่นใจปีหน้ากำไรโต งานในมือล้น รอรับรู้รายได้กว่า 2,000 ล้านบาท ลุยโรงไฟฟ้าพม่าเต็มสปีด
น.ส.โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจพลังงานทางเลือกยังคงมีทิศทางที่เติบโตและสดใส ในส่วนของ GUNKUL ก็ยังมีโอกาสและการเติบโตที่ดีอยู่ ซึ่งประเมินว่าในปี 2557 บริษัทจะมีรายได้ประมาณ 3,200 ล้านบาท เพราะขณะนี้บริษัทมีงานในมือที่จะข้ามไปรับรู้เป็นรายได้แล้วกว่า 2,000 ล้านบาท
สำหรับงานในมือมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งานติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงผลิตปูนซีเมนต์ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) มูลค่า 367 ล้านบาท งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากบริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี จำนวน 2 โครงการ มูลค่า 700 ล้านบาท รวมถึงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) มูลค่า 600 กว่าล้านบาท และธุรกิจเทรดดิ้งของบริษัท คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท รวมถึงการเข้าประมูลงานจากภาครัฐ มูลค่า 2,500 ล้านบาท คาดว่าจะได้งาน 500-600 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในการดำเนินโครงการโซลาร์รูฟท็อปนั้น บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมา และร่วมทุนกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) โดยทาง WHA ถือหุ้น 75% และบริษัทถือหุ้น 25% และยังมีโครงการโรงไฟฟ้าลมที่ห้วยบง ที่คาดว่าจะเข้ามาประมาณ 600 ล้านบาท เข้ามาด้วย
“โรงไฟฟ้าพลังงานลมปี 2557 น่าจะเริ่มจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ หลังจากประเมินว่าแรงลมที่พัดน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปี 2555 ซึ่งอยู่ในระดับ 4 กว่าๆ ซึ่งตามวัฏจักรของลมนั้นเฉลี่ย 10 ปีจะมี 1 ครั้งที่แรงลมจะต่ำ และในพื้นที่ที่บริษัทตั้งโครงการนั้นแรงลมเฉลี่ยจะอยู่ที่ 49 เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดี และข้อดีของลม คือ สามารถที่จะทำงานได้ตลอดเวลา ไม่มีกลางวันหรือกลางคืนเหมือนแสงอาทิตย์”
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัทจะเริ่มมีการรับรู้รายได้จากการออกไปลงทุนในประเทศพม่า ซึ่งจะมีรายได้ทั้งจากการให้เช่าโรงไฟฟ้าและการจำหน่ายไฟ หลังจากออกไปร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น ซึ่งโรงไฟฟ้าที่พม่าจะมีขนาด 50 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทจะเข้าไปถือหุ้น 51% หรือประมาณ 25 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกำไรให้ได้ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ การออกไปลงทุนในประเทศพม่านั้นบริษัทใช่เพิ่งออกไป แต่ได้ออกไปศึกษาและเข้าทำธุรกิจในพม่ามาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้น ความคาดหวังในโครงการโรงไฟฟ้าที่พม่า จึงสามารถที่จะคาดหวังได้และสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับบริษัทในอนาคตได้เช่นกัน โดยบริษัทประมาณการผลตอบแทนจากเงินลงทุนไว้ประมาณ 17%
อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจด้านพลังงานทางเลือกก็มีความเสี่ยงอยู่ที่นโยบายของภาครัฐ ว่าจะยังคงสนับสนุนหรือเดินหน้าอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนโครงการ 1 ตำบล 1 เมกะวัตต์ ซึ่งถ้าหากโครงการนี้ออกมา ก็เชื่อว่าจะเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจพลังงานทางเลือกยังคงเติบโตได้
สำหรับปี 2556 มั่นใจว่าจะมีกำไรสุทธิดีกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 779 ล้านบาท โดยใน 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิแล้วกว่า 746 ล้านบาท ส่วนรายได้ยอมรับว่าอาจจะโตไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 10% เนื่องจากบริษัทมีการส่งมอบงานล่าช้าในส่วนของมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ของบริษัท บางจากฯ ซึ่งจะสามารถส่งมอบได้ในช่วง ม.ค. 2557







