
โชว์ผลงานหนุนส่งออกรายกลุ่ม
โพสต์ทูเดย์
— “พาณิชย์” ฟุ้งไล่แก้ปัญหาให้ส่งออกไทยได้เพียบ มั่นใจทั้งปีโตตามเป้ามูลค่า 1.73 แสนล้านเหรียญสหรัฐนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการทำงานของหัวหน้ากลุ่มสินค้า (ชีฟ ออฟ โปรดักต์) ที่ดูแลการส่งออกเป็นรายสินค้า โดยในส่วนของกลุ่มอาหาร ที่ตนเองเป็นผู้รับผิดชอบ ได้แก้ไขปัญหาให้กับผู้ส่งออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าไก่สดแช่เย็นและแช่แข็งและแปรรูปไปยังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น
ทั้งนี้ หลังจากที่องค์กรสุขภาพสัตว์ระหว่างประเทศ (โอไออี) รับรองว่าไทยเป็นประเทศปลอดไข้หวัดนก หากทางอียูรับรองก็จะมีการอนุญาตให้นำเข้าต่อไป ซึ่งญี่ปุ่นก็พร้อมที่จะเปิดตลาดให้ไทยตามอียู ขณะที่ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อผลักดันให้โรงงานที่ได้รับการรับรองแล้วสามารถส่งออกได้ต่อไป
นอกจากนี้ ยังป้องกันปัญหาโรคระบาดในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงกุ้งไทย โดยร่วมกับสมาคมกุ้งไทยและกรมประมง ดูแลการนำเข้ากุ้งจากประเทศที่มีความเสี่ยง การผลักดันให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่ออายุมาตรฐานการตรวจรับรองระบบการจัดการคุณภาพและการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกผักและผลไม้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการส่งออก
ด้านกลุ่มสินค้าสิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องหนัง ได้ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ทั้งกรอบไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) และกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือ และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด การสร้างแบรนด์ ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับแรกของไทย ได้ผลักดันให้มีการส่งออกอย่างต่อเนื่อง หลังจากประเมินว่าสินค้ากลุ่มนี้จะกลับมาขยายตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ได้เร่งแก้ไขปัญหาค่าขนส่งสินค้าทางเรือที่เพิ่มสูงขึ้นและเรือไม่เพียงพอ ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง และต้นทุนวัตถุดิบราคาสูง จากการที่ตลาดในแถบเอเชีย ออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ขณะที่ชิ้นส่วนยานยนต์ก็มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น โดยคาดว่าภาพรวมจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 12% รถยนต์มีเป้าหมายส่งออก 8 แสนคัน
กลุ่มสินค้าเอกลักษณ์ไทย กรมมีแผนที่จะผลักดันการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายไทยเป็นผู้นำด้านคุณภาพข้าวหอมมะลิอันดับหนึ่งของโลก พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพอาหารไทยควบคู่ไปกับข้าวหอมมะลิไทย โดยมุ่งไปที่ตลาด สหรัฐ สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมนี และจีน
“
เชื่อว่าหากผลักดันและแก้ไขปัญหาให้กับเอกชนไทยได้ จะทำให้การส่งออกไทยยังขยายตัวเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 14% หรือ 1.73 แสนล้านเหรียญสหรัฐ” นางศรีรัตน์ กล่าว






