
ตลาดตะวันออกกลางเป้าแรกฟื้นเที่ยวไทย
นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยว 85 ราย เข้าร่วมงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง หรืออาระเบียน ทราเวล มาร์เก็ต 2010 วันที่ 47 พ.ค.นี้ โดยเน้นเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (เมดิคอล ทัวริสซึม) เพื่อให้เห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการให้บริการเชิงสุขภาพ ให้คนในภูมิภาคตะวันออกกลางมั่นใจมาใช้บริการ
ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวโน้มสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยจะดีขึ้นหากสถานการณ์การเมืองยุติเร็ว จะทำให้ไตรมาส 2 ปีนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
“
สาเหตุที่มาจัดงานที่ดูไบ ก็เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวจากยูเออีเข้าไทยมากขึ้นในช่วงโลว์ซีซัน ทั้งนี้ลักษณะฤดูกาลท่องเที่ยวของยูเออีจะอยู่ในช่วงเดือน พ.ค.ก.ย. และช่วงปิดภาคฤดูร้อนของนักเรียน นักศึกษา เดือน มิ.ย.ส.ค. ของทุกปี ซึ่งจากสถิติของนักท่องเที่ยวจากยูเออีปี 2552 ลดลงจากปี 2551 ถึง 12.4% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและไข้หวัด 2009” นายชุมพล กล่าวทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้เดินทางไปยังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน วันที่ 13 พ.ค. ก่อนเข้าร่วมงานอาระเบียน ทราเวล มาร์เก็ต เพื่อประชุมร่วมกับสายการบิน 2 สายของอิหร่าน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายใหญ่ 4 ราย เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน เนื่องจากตลาดอิหร่านมีศักยภาพเติบโตสูง เร็วๆ นี้สายการบินมาฮาน แอร์ มีแผนจัดเที่ยวบินตรงเข้าภูเก็ตเพิ่ม หลังเปิดทดลองจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากเตหะรานไปยังภูเก็ต ช่วงปีใหม่ของอิหร่าน 3 เที่ยวบิน แล้วได้ผลตอบรับดี
ขณะที่สายการบินอิหร่าน แอร์ ก็มีแผนเพิ่มเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ เป็น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันมี 2 เที่ยว คาดว่าในอนาคตนักท่องเที่ยวจากอิหร่านจะเข้ามาเที่ยวในไทยมากขึ้น
สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวในตะวันออกกลางที่มาเที่ยวไทยปีที่ผ่านมากว่า 3.2 แสนคน เพิ่มขึ้น 4.79% จากปี 2551 ขณะที่ 3 เดือนแรกของปีนี้มีเข้ามากว่า 1 แสนคน แต่ชะลอตัวช่วงเดือน เม.ย. หลังมีเหตุรุนแรง แต่หากสถานการณ์เป็นปกติเร็ว ปลายไตรมาส 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติก็คงกลับเข้ามาตามปกติ โดยจะชี้แจงสถานการณ์ให้สื่อมวลชนที่มาในงานรับรู้ พร้อมประกาศว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะรับประกันความปลอดภัยให้
นายปราโมทย์ ทรัพย์เย็น ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตะวันออกกลาง กล่าวว่า ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดที่ ททท. คาดหวังว่าจะเติบโตสูง เพราะที่ผ่านมาแม้มีเหตุการณ์วิกฤตการเมืองในไทย ตลาดนี้ก็ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยคนอาหรับยังสนใจเดินทางมาไทย เพราะเห็นว่าเป็นประเทศที่คุ้มค่าราคา แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะออกประกาศแนะนำการเดินทาง (ทราเวล แอดไวเซอรี) ระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยห้ามคนของประเทศตนเองเดินทางมาไทยชั่วคราว แต่ประกาศดังกล่าวไม่มีผลกับการตัดสินใจมากนัก เพราะคนอาหรับไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์ในไทย และเข้าใจว่าต้องหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุการณ์อยู่แล้ว
สำหรับที่ผ่านมากลุ่มที่ไปเที่ยวไทยมาก เป็นกลุ่มที่ไปพักผ่อนและไปรักษาพยาบาล แต่หลังจากนี้ ททท. จะเดินหน้าเจาะตลาดเยาวชน ซึ่งเป็นบุตรหลานของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในดูไบ (เอ็กซ์แพต) ให้ไปท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้ในไทย 710 วัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมาก และไม่มีโอกาสได้ศึกษาศิลปะ ธรรมชาติมากนัก เมื่อเรียนอยู่ในดูไบจึงเสนอทางเลือกให้ไปศึกษาวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ จากการท่องเที่ยวไทยได้ โดยที่ผ่านมาเริ่มเจาะตลาดไปแล้ว ด้วยการนำผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีบุตรหลานของกลุ่มเอ็กซ์แพตเรียนมาก ชมสิ่งอำนวยความสะดวกในไทยสำหรับเยาวชน
นายเสนีย์ ภูวเศรษฐาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวระหว่างนำผู้ประกอบการในสมุยร่วมงานว่า จากการเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อในวันแรกของการจัดงานอาระเบียน ทราเวล มาร์เก็ต พบว่า ส่วนใหญ่ยังสนใจจะขายสินค้าและบริการท่องเที่ยวในไทยให้คนอาหรับอยู่ เพียงแต่ยังกังวลกับสถานการณ์การเมือง จึงชะลอการตัดสินใจไป
อย่างไรก็ตามคาดว่า หากสถานการณ์ทุกอย่างจบ การท่องเที่ยวจะฟื้นทันที เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาเที่ยวไทย ทั้งนี้ในส่วนของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลาง เดินทางมาสมุย ประมาณ 30,000 คนต่อปี คิดเป็น 0.3% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ตั้งเป้าหมายว่า หลังจากผู้ประกอบการสมุยมาเจาะตลาดมากขึ้น สัดส่วนจะเพิ่มเป็น 50,000 คน หรือ 0.5%
นายสมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเอวัน กล่าวว่า แม้ไทยจะมีสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่แน่นอน แต่ภาคเอกชนยังจำเป็นต้องจับมือกับ ททท. ออกมาเดินสายทำตลาดในต่างประเทศต่อเนื่อง เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกว่าสถานการณ์ในประเทศยังปกติ เดินทางมาได้ โดยเชื่อว่าหากเหตุการณ์สงบเมื่อใด นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลกลับเข้ามามากแน่นอน เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวรู้สึกอัดอั้นอยากมาเที่ยวไทยมาก แต่ก็ต้องชะลอการเดินทางรอดูสถานการณ์ไป
นายสุรพงศ์ อำพันวงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการแพทย์และธุรกิจต่างประเทศ โรงพยาบาลพญาไท กล่าวว่า เหตุการณ์รุนแรงในไทย ทำให้ต่างชาติมาใช้บริการทางสุขภาพกับโรงพยาบาลในไทยลดลงบ้าง แต่ไม่มาก โดยคาดว่าหากเหตุการณ์ทุกอย่างยุติเร็ว ปีนี้ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในไทย จะเพิ่ม 1215% จากปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะชื่อเสียงด้านการแพทย์ของไทยดีอยู่แล้ว ดังนั้นคนที่อัดอั้น ต้องการมาใช้บริการ จะกลับมาทันที







