
ไอศกรีมสุดขั้ว!
เพราะในสังเวียนการทำธุรกิจ มักเต็มไปด้วยคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกันเต็มท้องตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องค้นหา “จุดขาย” เพื่อสร้างความโดดเด่นให้ได้
เพราะในสังเวียนการทำธุรกิจ มักเต็มไปด้วยคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกันเต็มท้องตลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องค้นหา “จุดขาย” เพื่อสร้างความโดดเด่นให้ได้
ดังเช่นกรณีของร้าน “ไอศกรีมมิสต์” (Ice Creamist) ร้านไอศกรีมแนวใหม่ ที่สามารถสร้าง “เอกลักษณ์” ของธุรกิจจนกลายเป็น “จุดแข็ง” ที่ผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างน่าสนใจ
ไล่ตั้งแต่ชื่อร้านที่นอกจากจะติดหูแล้ว ยังสะท้อนถึงคอนเซปต์ร้านได้เป็นอย่างดี
“ไอศกรีมมิสต์ คือร้านไอศกรีมแบบแหวกแนวสุดขั้ว ที่ผู้มาใช้บริการรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยโลกให้เป็นอิสระ ในทุกๆ ครั้งที่ได้เลียไอศกรีมของเรา” แมตต์ โอ คอนเนอร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ อธิบาย
ขณะที่ คอนเซปต์การตกแต่งร้าน ก็แตกต่างจากร้านไอศกรีมทั่วๆ ไปโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นสไตล์ผับคอนเซปต์พังก์ร็อก ขณะที่พนักงานทุกคน ก็แต่งกายคอสตูม เพื่อสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกเหมือนหลุดมาผ่อนคลายดื่มด่ำกับไอศกรีมเมนูของหวานยอดฮิตอีกโลกหนึ่งทีเดียว
นอกจากนี้ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ความแตกต่างที่ตัวสินค้า ด้วยการนำเสนอ “รสชาติไอศกรีมสุดแหวกแนว” โดยรสชาติที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้น ไอศกรีมรสน้ำนมแม่ หรือ “เบบี้ กาก้า” ซึ่งใช้น้ำนมจากเต้าของคุณแม่ลูกอ่อนถึง 15 คน สนนราคาเริ่มที่ 14 ปอนด์ (ราว 742 บาท) ยังไม่รวมถึงไอศกรีมเจลาโต้ รสน้ำศักดิ์สิทธิ์ ไวอะกร้า และหญ้าฟาง ก็มีให้เลือกลองชิมกันอีกด้วย
“มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาที่ร้านเรา เพื่อลองชิมรสชาติไอศกรีมที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน” คอนเนอร์ ระบุ
กระนั้นก็ตาม แม้ความแปลกไม่ซ้ำใคร ถือเป็นกลยุทธ์การดึงดูดความสนใจของลูกค้าของไอศกรีมมิสต์ แต่สำหรับคอนเนอร์ กลับมองว่า เรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการมากกว่าที่จะมัดใจลูกค้าไว้ได้ในระยะยาว
“ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องการกินไอศกรีมรสไวอะกร้าหรือนมแม่ ดังนั้นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจไอศกรีมของผม คือการผลิตไอศกรีมที่มีคุณภาพ ไม่ใช้ส่วนผสมสังเคราะห์ราคาถูกเพื่อหวังกอบโกยกำไรอย่างเดียว เช่นเดียวกับการให้บริการที่ต้องมาจากใจและเต็มที่ที่สุด” คอนเนอร์ กล่าวทิ้งท้าย







