posttoday
5 สิ่งเอสเอ็มอีควรหลีกในปี 2014

5 สิ่งเอสเอ็มอีควรหลีกในปี 2014

26 ธันวาคม 2556

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ธ.ค. เดือนสุดท้ายของปีที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จะได้นั่งทบทวนเหตุการณ์ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา และคิดวางแผนธุรกิจกิจการในอนาคตข้างหน้าต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อลดความผิดพลาดสำหรับแผนงานในอนาคต ฟอร์บส์ นิตยสารธุรกิจชั้นนำจากสหรัฐ จึงได้รวบรวมข้อมูลและประมวลรายการ 5 ข้อห้ามสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ควรระวังและควรหลีกเลี่ยง

1) ใส่ใจกับเครือข่ายสังคมออนไลน์มากเกินเหตุ นักวิเคราะห์หลายสำนักและผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างชี้แนะแจกแจงถึงกระแสมาแรงของเครือข่ายสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) โดยเฉพาะพลังในการเข้าถึงคนหมู่มาก ซึ่งมีประโยชน์มหาศาลต่อเอสเอ็มอี กระนั้น ความนิยมดังกล่าวก็ไม่ได้สำคัญจนสามารถแทนที่กลยุทธ์การตลาดและการบริการลูกค้าที่มีอยู่เดิมได้ โดยต้องตระหนักเสมอว่าโซเชียลมีเดียเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพิ่มเติม ซึ่งสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย การทำให้ชื่อธุรกิจปรากฏบนโซเชียลมีเดียและมีปฏิสัมพันธ์สม่ำเสมอก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาทั้งหมดกับโซเชียลมีเดีย จนละเลยกิจกรรมอื่นๆ

2) ไม่มีการลงทุนในระบบการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ สถานการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปและถึงจุดที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำเป็นต้องคิดวางแผนลงทุนด้านการตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยฟอร์บส์สรุปสั้นๆ ว่า เป็นเพราะเครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ปรับปรุงพัฒนาวิธีการส่งเนื้อหาสู่ผู้ใช้งานในทางที่สร้างสรรค์ ปริมาณที่เหมาะสมและได้ผลทางการตลาดมากขึ้น ดังนั้น การลงทุนเล็กน้อยเพื่อโปรโมทกิจการเอสเอ็มอีจึงคุ้มค่าคุ้มราคาลงทุนมากกว่าในอดีต ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายเริ่มต้นก็ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายให้กับการตลาดอื่นๆ

3) ผูกติดกับคอมพิวเตอร์มากเกินไป ต้องยอมรับในบางครั้งก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีประเภทที่สามารถจัดการทุกสิ่งสรรพได้เพียงปลายนิ้วคลิกเป็นเรื่องสุดยอดเพียงใด กระนั้น ฟอร์บส์ แนะว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการสมควรหยุดพึ่งพาเทคโนโลยีที่สะดวกสบายนี้ แล้วหันมาลองวิธีการตลาดแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถพบปะพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกค้าและพนักงาน ทั้งนี้ หากโอกาสอำนวย ให้ลองชวนดื่มกาแฟ กินข้าว หรือนัดประชุมกันบ้าง แทนที่จะโต้ตอบไปมาผ่านอีเมลทั้งวัน โดยผลลัพธ์ที่ได้นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของเอสเอ็มอีในอนาคตแน่นอน

4) โทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาล การเผชิญหน้ากับอุปสรรคและความท้าทายนานาประการ ถือเป็นเรื่องสามัญธรรมดาที่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีทุกคนต้องประสบพบเจออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงปัญหาจากความผิดพลาดในนโยบายและการบริหารปกครองของรัฐบาล ทว่าการเอาแต่กล่าวโทษว่ากิจการไปไม่สวยเพราะความผิดของรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ประกอบการคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับกิจการที่สร้างมา โดยความสำเร็จและความแข็งแกร่งของกิจการหนึ่งๆ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหาร การประยุกต์ปรับเปลี่ยน และการก้าวข้ามความท้าทาย ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เกิดปัญหา การนั่งคิดแก้ปัญหาย่อมมีประโยชน์กว่าการพร่ำบ่นและกล่าวโทษรัฐบาลแน่นอน

5) มุ่งศึกษาสารพัดแอพพลิเคชั่นให้รู้จริง อาจกล่าวได้ว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้มีโปรแกรมใช้งานหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ประกอบการได้เกือบทุกอย่าง และทำให้กิจการดำเนินไปอย่างราบรื่น ดังนั้น ปี 2014 จึงเป็นปีที่สมควรศึกษาอย่างจริงจังว่าแอพพลิเคชั่นตัวใดจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจอย่างแท้จริง เนื่องจากเมื่อใดก็ตามที่พบว่าแอพพลิเคชั่นใดจำเป็นสำหรับธุรกิจจริงๆ แล้ว ผู้ประกอบการก็จะสามารถประหยัดเวลาได้อย่างมากที่จะไม่ต้องไปวุ่นวายกับแอพพลิเคชั่นตัวอื่น รวมถึงการดำเนินธุรกิจจะราบรื่นมากขึ้น หากทำให้กิจกรรมของเอสเอ็มอีทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน