posttoday
คอมแบต ฟลิป-ฟล็อบส์ จากสนามรบสู่สนามธุรกิจ

คอมแบต ฟลิป-ฟล็อบส์ จากสนามรบสู่สนามธุรกิจ

25 ธันวาคม 2556

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

แมทธิว กริฟฟิน อดีตหัวหน้าทีมทหารเฉพาะกิจสงครามกองโจรในอัฟกานิสถานของสหรัฐ ได้แนวคิดทำธุรกิจผลิตรองเท้าแตะระหว่างรับใช้ชาติช่วงปี 2003-2006 ที่กริฟฟินได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงงานผลิต รองเท้าบู๊ตสำหรับทหารในอัฟกานิสถาน

ถึงกระนั้น หลังปลดประจำการจากกองทัพในเดือน เม.ย. 2006 กริฟฟินก็ยังไม่ได้คิดถึงการก่อตั้งธุรกิจอย่างจริงจัง เนื่องจากวุ่นวายติดพันอยู่กับการปรับตัวเข้าหาครอบครัวและหน้าที่การงานในฐานะพลเรือน

ทั้งนี้ การรื้อฟื้นโครงการกิจการผลิตรองเท้าแตะได้ฤกษ์ปัดฝุ่นอีกครั้ง เมื่อกริฟฟินมีโอกาสกลับไปเยือนอัฟกานิสถานในปี 2009 โดยคราวนี้ นอกจากจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของประเทศแห่งนี้แล้ว กริฟฟินยังได้ประจักษ์อีกว่ากิจการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ท้องถิ่นเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงโรงงานผลิตรองเท้าที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขอนามัย และทันสมัย ทัดเทียมเทียบเท่ากับโรงงานผลิตในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพียงแต่ต้นทุนที่อัฟกานิสถานถูกกว่าค่อนข้างมาก

ผลลัพธ์ข้างต้น ทำให้กริฟฟินใช้เวลาเพียงไม่นานตัดสินใจลงมือตั้งกิจการผลิตรองเท้าแตะ “คอมแบต ฟลิป-ฟล็อบส์” โดยลงขันร่วมกับโดนัลด์ ลีส์ เพื่อนทหารหน่วยเดียวกัน และแอนดรูว์ ซอว์เรย์ เมื่อช่วงต้นปี 2011 แต่เพราะไม่มีความรู้ในเรื่องการผลิตรองเท้า ทำให้กริฟฟินและผู้ร่วมงานอีก 2 คน ใช้เวลากว่า 1 ปี ศึกษาเรียนรู้วิธีผลิตรองเท้าแตะผ่านทางเว็บไซต์กูเกิล ตลอดจนลงมือออกแบบ ก่อนผลิตรองเท้าต้นแบบ 100 คู่ โดยใช้โรงงานในจีนเพื่อนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า

กริฟฟินยอมรับว่า รองเท้าต้นแบบที่ออกแบบและผลิตออกมานี้ จัดอยู่ในขั้นดีเยี่ยม ยืนยันได้จากคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่มีมากถึง 2,000 คู่

แต่การดำเนินธุรกิจของกริฟฟินก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่วางไว้ เนื่องจากโรงงานทำรองเท้าแตะในอัฟกานิสถานที่เซ็นสัญญาให้ผลิตรองเท้าแตะจำนวนข้างต้น แม้จะสามารถผลิตได้ทันเวลารับของ แต่คุณภาพในการผลิตจัดอยู่ในขั้นเลวร้ายจนขายไม่ได้ และจบลงด้วยการนำรองเท้าทั้งหมดไปแจกแทน

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นนักสู้ที่ได้รับการฝึกฝนจากกองทัพซึ่งมักจะต้องเผชิญสถานการณ์ ตึงเครียด และมีเวลาในการแก้ปัญหาจำกัด ส่งผลให้กริฟฟินและผู้ร่วมก่อตั้งไม่ยอมแพ้ เดินหน้าหาทางออกด้วยการหาโรงงานผลิตรองเท้าแตะแห่งใหม่ในอัฟกานิสถานต่อไป

ทว่าโรงงานแห่งที่สองปฏิเสธที่จะไม่รับออร์เดอร์จากกริฟฟินเพราะปริมาณน้อยเกินไป ขณะที่โรงงานแห่งที่สาม แม้จะได้เซ็นสัญญากันเรียบร้อย แต่โรงงานดังกล่าวก็มีอันต้องปิดตัวลง เนื่องจากเสียลูกค้ารายใหญ่อย่างกองทัพสหรัฐทำให้ขาดเงินดำเนินกิจการ

ท่ามกลางเรื่องย่ำแย่ที่เกิดขึ้นมากมาย โชคดีว่ากริฟฟินยังคงมีออร์เดอร์สั่งทำเข้ามาในปริมาณหนึ่งอยู่บ้าง ทำให้เจ้าตัวและทีมงานไม่มีเวลาท้อ นอกจากต้องแก้ปัญหาว่าจะทำอย่างไรกับคำสั่งผลิต

เนื่องจากกริฟฟินและทีมงานศึกษามามากพอที่จะรู้ทะลุปรุโปร่งว่า เครื่องจักรแบบใด ขนาดพื้นที่แค่ไหน จึงเพียงพอผลิตรองเท้าที่กำลังการผลิตในปริมาณไม่เกิน 2,0003,000 คู่ได้ ทำให้กริฟฟินตั้งต้นใหม่ในต้นปี 2013 ด้วยการผลิตรองเท้าแตะจากโรงจอดรถในบ้าน โดยสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเมื่อสามารถผลิตรองเท้าแตะส่งออกขาย เห็นได้จากยอดสั่งซื้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนกริฟฟินต้องให้โรงงานผลิตในโคลัมเบียช่วยผลิตส่วนหนึ่ง โดยผลประกอบการของคอมแบต ฟลิปฟล็อบส์ ขยับจากขาดทุน เป็นเท่าทุน และกำไรอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงปี

ทั้งนี้ กริฟฟินสรุปทิ้งท้ายว่า แม้จะวางแผนการทำธุรกิจมาอย่างดีเพียงใด แต่ธุรกิจก็คือธุรกิจ ไม่มีอะไรสามารถคาดเดาได้ และเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็มักจะท้าทายเข้ามาอยู่เสมอ ดังนั้นการเตรียมตัวเตรียมใจรับมือพร้อมสู้ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำ หากคิดจะมีธุรกิจเป็นของตนเองให้ได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน