
ไฟแนนซ์ทูเดย์
“ความพยายามครั้งที่ร้อย ดีกว่าคิดท้อถอยที่จะทำ”
“ความพยายามครั้งที่ร้อย ดีกว่าคิดท้อถอยที่จะทำ”
...ปรบมือดังๆ ให้กับคนดีของประเทศไทยที่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ไม่ยอมหนีภาษี 19 ธ.ค.ที่ผ่านมากรมสรรพากรจัดงานใหญ่มอบรางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์” ประกาศยกย่องผู้เสียภาษีแห่งปี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล รวม 140 รายจากทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมคุณค่าและสร้างสำนึกในการทำหน้าที่เสียภาษีถูกต้อง เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคม งานนี้มี เดอะโต้งกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานมอบรางวัล พร้อมด้วย เจ๊หมูเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง และ สุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เข้าร่วมในพิธี
หลังรับมอบรางวัลบุคคลธรรมดาผู้เสียภาษีดีเด่นอย่างน้อย 4 คน จากทั้งหมด 12 คน ผู้บริหารนิติบุคคล 2 ราย จากทั้งหมด 128 ราย รำพึงรำพันกับ “ต้นกล้า” ว่า รู้สึกดีใจแต่ไร้เกียรติยศ เนื่องจากรัฐมนตรีผู้มอบรางวัลทั้ง 2 คน มีมลทินในการทำหน้าที่สร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับพลเมืองไทยในการทำหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้อง
...รองนายกฯ โต้งนั้น มีความกล้าในการประกาศต่อสาธารณะว่า “ติ๊กผิด” เพื่อช่วยเหลือคนในครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โดนคดีซุกหุ้นที่กระทรวงการคลัง
...รมช.เบญจานั้นเคยทำหนังสือตอบข้อหารือให้กับ พานทองแท้ ชินวัตร กาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ว่า หุ้นที่ได้มานอกตลาดไม่ต้องเสียภาษี จนกลายเป็นคดีตัวอย่างอันลือลั่นในประเทศไทยจนถึงวันนี้
ความจำของคนทำอาจจะสั้นและประชาชนเขาจำกันยาว คนเขาพูดกันแบบนี้ อธิบดีสุทธิชัยคงลำบากใจไม่น้อย อย่าลืมว่ารางวัล “รัษฎากรพิพัฒน์” เป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติให้แก่ผู้เสียภาษีผู้มีคุณภาพที่มีความรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่เสียภาษี และส่งเสริมให้ผู้เสียภาษีเกิดความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ ตระหนักถึงคุณค่าของการทำความดีและรับผิดชอบต่อสังคม ถ้าพวกเขาคิดแบบนี้ คนทำหน้าที่ต้องตระหนักให้มากขึ้น
...อธิบดีอู้สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ส่งสัญญาณออกมาดังๆ เป็นครั้งที่ 2 แล้วว่า หาก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ติดบ่วง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะเสนอให้รัฐบาลใหม่กู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า ตามกฎหมายบริหารหนี้สาธารณะแล้วยังมีช่องให้รัฐบาลกู้เงินได้อีก 10% ของงบประมาณรายจ่าย 2.7 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลใหม่ยังมีขีดความสามารถในการตีเช็คนำเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก 2.7 แสนล้านบาท
ขณะที่เรื่องภาษีน้ำมันดีเซลที่หมดอายุลงในสิ้นปีนี้ อธิบดีอู้บอกว่า กำลังจะเสนอให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติขยายเวลาออกไป เพราะหากไม่ได้จะทำให้ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 5 บาทต่อลิตร







