
ไอซีทีปี’57มูลค่า5แสนล้าน
ชี้อานิสงส์3จี4จีทีวีดิจิตอลหนุนลงทุนโต ยังหวั่นการเมืองยืดเยื้อกระทบตลาด
ชี้อานิสงส์3จี4จีทีวีดิจิตอลหนุนลงทุนโต ยังหวั่นการเมืองยืดเยื้อกระทบตลาด
สวทช.เชื่อตลาดไอทีปีหน้าแตะ 5 แสนล้านบาท ได้ 3จี/4จี ทีวีดิจิตอลหนุน แต่แอบหวั่นการเมืองทุบ
นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ได้ร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมหน่วยงานเอกชนอื่นๆ สำรวจตลาดสื่อสารและตลาดฮาร์ดแวร์ โดยคาดการณ์ว่าตลาดสื่อสารปี 2557 จะมีมูลค่า 5 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 8.4% จากปี 2556 มีมูลค่า 4.6 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ การสำรวจตลาดสื่อสารและตลาดฮาร์ดแวร์ดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจในการวางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลง
สำหรับปัจจัยการเติบโตในตลาดสื่อสาร คือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 3จี และ 4จี ที่ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงกระแสดิจิตอลทีวี ที่มีการใช้ประโยชน์จากโครงข่ายโทรคมบางส่วน แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่ปกติ แต่ผู้ให้บริการมีเงื่อนไขในฐานะผู้รับใบอนุญาตต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง และขยายบริการ จึงไม่น่าเป็นห่วง
ขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ คาดว่าจะเติบโตขึ้น 4.3% เพิ่มเป็น 9.1 หมื่นล้านบาท เทียบกับปี 2556 ที่ตลาดหดตัวลง 4% จากปี 2555 หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 8.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากความต้องการใช้งานอุปกรณ์พกพาเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการใช้งานเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง และการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หรือบิ๊ก ดาต้า ที่จะถูกนำมาใช้มากขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ
ซึ่งจะทำให้มูลค่าตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในประเทศเพิ่มขึ้นเท่ากับว่าปีหน้าตลาดจะกลับมามีมูลค่าใกล้เคียงปี 55 แม้จะกลับมาเติบโตในเชิงบวก เนื่องจากเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น
ขณะเดียวกัน จากการประเมินดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ในปีหน้า คาดว่าจะเติบโต 34% ซึ่งน่าจะส่งผลถึงอุตสาหกรรมไอทีด้วย และเมื่อพิจารณาภาพรวมตลาดไอทีอยู่ในสถานการณ์ติดลบมา 2 ปีแล้ว ปีนี้น่าจะเริ่มกลับมาเป็นบวก
“แต่ยังมีปัจจัยลบยังน่าเป็นห่วง เช่น คนกำลังซื้อลดลง เพราะเป็นหนี้จากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล อย่างโครงการรถคันแรก รวมถึงการทำโครงการไฟเบอร์ทูเดอะ เอ็กซ์ ที่ไม่สามารถขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นายจำรัส กล่าว
นอกจากนี้ ยังกังวลเรื่องความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยังยืดเยื้อและไม่ทราบว่าจะหยุดลงเมื่อใด ซึ่งหากหลังจากเดือน ก.พ. 2557 มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล จะทำให้ไม่มีการผลักดันนโยบายด้านไอทีใหม่ๆ การลงทุนก็จะหยุดชะงักไปด้วย อีกทั้งภาครัฐควรต้องมีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ด้านไอที ซึ่งในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนโครงการใหญ่ ทำให้ส่งผลต่อมูลค่าและการเติบโตของอุตสาหกรรมไอทีและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ด้านนายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออาร์ไอพี กล่าวว่า ความไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่องทางการเมือง ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนด้านดิจิตอลคอนเทนต์ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ที่ผ่านมาภาครัฐสนับสนุนเงินทุนประมาณ 70% เมื่อภาครัฐสะดุด ผู้ประกอบการที่อิงภาครัฐย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน รวมทั้งขาดการสนับสนุนและตลาดหดตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาสมองไหลออกนอกอุตสาหกรรม







