
จีนกระอักพิษค่าแรงพุ่งรายย่อยครวญรัฐยื่นมือช่วย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าใครเพื่อน เพราะกลุ่มบริษัทเหล่านี้มักพึ่งพารายได้จากการส่งออก และการลงทุนจากภาครัฐเป็นหลัก
เจิ้งเต้อเสี่ยง เจ้าของธุรกิจส่งออกกล้องส่องทางไกลจากเมืองกว่างโจว ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจรายย่อยกว่า 11 ล้านรายในประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจของเจ้าตัวประสบปัญหายอดขายตกฮวบลงอย่างหนักจากภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าตัวพึ่งพารายได้จากการส่งออกไปยังยุโรปและสหรัฐมาโดยตลอด
ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจในโลกตะวันตกเกิดปัญหา รายได้จากการส่งออกธุรกิจของตนเองจึงร่วงลงอย่างหนัก
“ผมแทบไม่เหลืออะไรที่มีค่าแล้ว ยกเว้นภรรยาผม” เจิ้งเต้อเสี่ยง กล่าวด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ
ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ผู้นำจีนรุ่นที่ 5 จะเพียรพยายามให้จีนลดการพึ่งพาการส่งออก และเพิ่มอุปสงค์จากตลาดภายในแทน แต่ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวจะยังไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจในประเทศได้มากเท่าไรนัก เนื่องจากปัญหาไม่ได้อยู่ที่ยอดขายลดลงอย่างเดียว แต่หมายถึงต้นทุนการทำธุรกิจที่สูงมากจนแบกรับไม่ไหว ขณะเดียวกันการเข้าถึงเงินทุนก็ยากลำบาก
ผลสำรวจภาคธุรกิจเอสเอ็มอีมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดเผยว่า มากกว่า 50% กำลังประสบกับปัญหาต้นทุนทั้งค่าแรง วัตถุดิบ และการเข้าถึงเงินทุนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เฉพาะแค่เพียงปีนี้เพียงปีเดียว ค่าแรงในประเทศเพิ่มขึ้นราว 20%” เติ้งหยงห่าว ประธานของบริษัทผลิตรถจักรยานโคนัส ในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจรายย่อยที่ประสบปัญหาต้นทุนพุ่งสูงขึ้น กล่าวให้สัมภาษณ์กับซินหัว
ขณะที่ต้นทุนการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจในจีนของปีที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นราว 810% ซึ่งถือว่าสูงกว่าเมื่อเทียบกับอัตราเงินกู้ในต่างประเทศ 4 เท่าตัว
ไม่เพียงเท่านั้น เติ้ง ยังกล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันยอดขายสินค้าจะมากขึ้น แต่การขายสินค้าในตลาด ยังต้องพบกับการแข่งขันทางธุรกิจกับบริษัทที่มีภาครัฐหนุนหลัง และมีความได้เปรียบในการเข้าถึงทรัพยากรเงินกู้มากกว่า จนทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม และก่อให้เกิดปัญหาภาครัฐใช้ทรัพยากรอย่างไร้ประสิทธิภาพตามมา
นอกเหนือจากปัญหาต้นทุนแล้ว ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังกล่าวอีกว่า ภาคธุรกิจรายย่อยหลายรายยังต้องประสบกับปัญหาช่องทางในการกระจายสินค้าที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและกระจายสินค้าสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
จากปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น ทำให้รัฐบาลจีนตระหนักถึงความสำคัญและเพียรพยายามหาทางแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพราะภาคธุรกิจมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจแดนมังกรมาก โดยปัจจุบันภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กสร้างการจ้างงานให้กับประเทศถึง 85% ของตลาดแรงงาน มีส่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมถึง 3 ใน 4 ของการคิดค้นนวัตกรรมในประเทศ นอกจากนี้ภาคธุรกิจเอสเอ็มอียังคิดเป็น 50% ของรายได้ภาษีภาครัฐอีกด้วย
จึงนับเป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนอีกชิ้นหนึ่ง ที่ผู้นำแดนมังกรรุ่นใหม่จะต้องรีบสะสางให้เรียบร้อยโดยเร็ว







