
‘เคทีออพติค’โดดชิมลางอสังหาฯ
เพิ่มช่องปั๊มรายได้ผุดบ้านโรงแรมลุยค้าปลีกในเมือง
เพิ่มช่องปั๊มรายได้ผุดบ้านโรงแรมลุยค้าปลีกในเมือง
เคที ออพติค แตกไลน์อสังหาฯ เสริมรายได้ธุรกิจแว่นตาที่เริ่มนิ่ง เตรียมผุดโรงแรมบ้านค้าปลีก
นายชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ ผู้อำนวยการด้านการบริหาร บริษัท เคที ออพติค ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตาเคที ออพติค เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินธุรกิจแว่นตาเคที ออพติค ร่วม 38 ปี แต่ตลาดแว่นตามูลค่า 6,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเพียง 5% เพื่อสร้างรายได้ให้เติบโต บริษัทจึงขยายสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีอัตราการเติบโตที่ดี
ทั้งนี้ ได้ลงทุนกว่า 250 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนอสังหาริมทรัพย์ราว 150-180 ล้านบาท พัฒนา 3 โครงการ ได้แก่ อาคารพาณิชย์ โรงแรมระดับ 4 ดาว ที่ จ.นครสวรรค์ และโครงการบ้านจัดสรร จ.พิษณุโลก ขณะที่งบอีก 20 ล้านบาท จะพัฒนาศูนย์การค้าชุมชนในย่านนวมินทร์ 157 พื้นที่ 1,600 ตร.ม. ส่วนงบอีก 75 ล้านบาท จะขยายสาขาแว่นตาเคที ออพติค ในปีหน้าเพียง 10 สาขา
นายอุดม วิบูลย์อุทัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการบริหารการตลาด เอมัสท์ กรุ๊ป ผู้ดำเนินโครงการ “เลค นครา” กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ใน จ.ขอนแก่น ขณะนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่และรายกลางจาก กทม.เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องประมาณ 30% อีก 70% ยังเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นขอนแก่น ปัจจุบันเริ่มเกิดภาวะฟองสบู่ หรือโอเวอร์ซัพพลาย ในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ ส่วนใหญ่พัฒนาโดยผู้ประกอบการรายใหญ่จาก กทม. เนื่องจากเริ่มเห็นได้ว่าโครงการใหม่ๆ ที่เปิดตัวเริ่มปิดการขายได้ช้าลง
“ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ ในช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีชาวต่างชาติ เช่น จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น เปรู เข้ามาทำธุรกิจ ลงทุน และย้ายฐานการผลิตมายัง จ.ขอนแก่น เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนชาวจีนเริ่มมีความชัดเจนเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา เพราะค่าเงินหยวนเริ่มแข็ง นักลงทุนจีนจึงต้องออกมาลงทุนนอกประเทศ” นายอุดม กล่าว
ด้านนายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการบริหาร บริษัท ชีวาทัย กล่าวว่า หลังจากบริษัทแม่ที่สิงคโปร์ของบริษัท ทีอีอีดีเวล๊อฟเมนท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของชีวาทัยได้ปรับโครงสร้างองค์กร และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่สิงคโปร์ได้เรียบร้อย จึงมีความพร้อมในการขยายการลงทุนในทุกธุรกิจที่อยู่ทั้งในไทยและสิงคโปร์ โดยในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทย จะกลับมาบุกหนักอีกครั้งในรอบ 2 ปี โดยเปิดกว้างทั้งลงทุนเอง และเทกโอเวอร์โครงการทำเลดี และยังได้ขยายไปยังธุรกิจโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า โดยตั้งเป้าที่จะมีรายได้จากการเช่า 25% ภายใน 34 ปี จากปัจจุบันยังไม่ถึง 10%







