
เพาเวอร์มอลล์ชูจุดขายครบวงจร
เพาเวอร์มอลล์ ชูเดสทิเนชั่น มาที่เดียวซื้อได้ครบ พร้อมเพิ่มบริการหลังการขาย
เพาเวอร์มอลล์ ชูเดสทิเนชั่น มาที่เดียวซื้อได้ครบ พร้อมเพิ่มบริการหลังการขาย
นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า เพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า แผนปีหน้าบริษัทจะวางกลยุทธ์การทำตลาดของแผนกเพาเวอร์มอลล์ให้เป็น “เดสทิเนชั่น” หรือมาที่แผนกเพาเวอร์มอลล์แห่งเดียวซื้อสินค้าได้ครบทุกอย่าง เนื่องจากแผนกเพาเวอร์มอลล์มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ย 3,500 ตร.ม. สามารถวางสินค้าได้หลากหลาย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มบริการหลังการขาย เช่น การติดตั้งและจัดส่งสินค้าภายใน 48 ชั่วโมง เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีระบบโลจิสติกส์ที่เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มงบการตลาดมากขึ้น เนื่องจากปีหน้าถือเป็นอีกหนึ่งปีทองตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกช่วยกระตุ้น และการเกิดของทีวีดิจิตอล
“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือน ส.ค.ยอดขายทีวียังติดลบ แต่พอเข้าสู่เดือน ก.ย. ยอดขายเริ่มดี ทีวีโตประมาณ 9% แต่หากนำภาพรวมยอดขายทีวีทั้งปีมารวมกันยังคงติดลบ 5-10% ซึ่งในส่วนของบริษัทยอดขายติดลบประมาณ 7%” นายจักรกฤษณ์ กล่าว
สำหรับกลุ่มสินค้าไอที เช่น โน้ตบุ๊ก และกล้องถ่ายรูป ถือเป็นอีก 2 กลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตที่ติดลบในปีนี้ ซึ่งจากยอดขายของทีวี กล้องถ่ายรูป และโน้ตบุ๊กที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท เติบโต 9% ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดจะโตตัวเลข 2 หลัก
นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า ส่วนสินค้าที่คาดว่าจะเป็นตัวสร้างรายได้ให้กับภาพรวมตลาดเครื่องใช้ฟ้าในปีหน้า มองว่ายังคงเป็นกลุ่มสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเหมือนกับปีนี้ ส่วนทีวีก็น่าจะเป็นอีกกลุ่มสินค้าที่น่าจับตามองในปีหน้า เนื่องจากมีปัจจัยบวกในส่วนของฟุตบอลโลก และทีวีดิจิตอลเข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด
กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในปีหน้า เนื่องจากครอบครัวเล็กมีการขยายตัวมากขึ้น







