posttoday
พึ่งพา

พึ่งพา

16 ธันวาคม 2556

ถ้าพูดถึงเหตุจลาจลในอาเซียน “สิงคโปร์” น่าจะเป็นประเทศท้ายๆ ที่ใครๆ นึกถึงใช่ไหมคะ ดังนั้นจึงทำให้การจลาจลในย่านลิตเติลอินเดียของสิงคโปร์ กลายเป็นข่าวดัง และอาจเริ่มจุดประกายความหวาดหวั่นให้กับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่ต้องพึ่งพา “แรงงานต่างด้าว” มากเหมือนกัน

ถ้าพูดถึงเหตุจลาจลในอาเซียน “สิงคโปร์” น่าจะเป็นประเทศท้ายๆ ที่ใครๆ นึกถึงใช่ไหมคะ ดังนั้นจึงทำให้การจลาจลในย่านลิตเติลอินเดียของสิงคโปร์ กลายเป็นข่าวดัง และอาจเริ่มจุดประกายความหวาดหวั่นให้กับหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ที่ต้องพึ่งพา “แรงงานต่างด้าว” มากเหมือนกัน

การจลาจลที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปีเลยค่ะ โดยชนวนมาจากคนงานชาวอินเดียคนหนึ่งโดนรถบัสชนเสียชีวิต ทำให้คนงานต่างชาติที่อยู่ในย่านนั้นซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศแถบเอเชียใต้ เช่น อินเดีย บังกลาเทศ เกิดความไม่พอใจลุกฮือขึ้นมามีการรื้อทำลายข้าวของ จุดไฟเผารถยนต์ในบริเวณใกล้เคียง จนกลายเป็นจลาจลในที่สุด

ต้องมาจับตามองกันค่ะว่า สิงคโปร์จะทำอย่างไรต่อไป นอกเหนือจากห้ามขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขตลิตเติลอินเดีย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้

แต่ทำอะไรก็ต้องผ่านกระบวนการไตร่ตรองอย่างรอบคอบแน่นอนค่ะ เพราะตอนนี้สิงคโปร์ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวจำนวนมากให้มาทำงานที่ชาวสิงคโปร์ไม่อยากทำ เช่น ในภาคก่อสร้างอย่างเดียวตอนนี้มีแรงงานต่างด้าวมากถึง 3.5 แสนคน แต่หากนับรวมทั้งหมดมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 1.55 ล้านคน ขณะที่ประชากรชาวสิงคโปร์มีเพียง 5.4 ล้านคนเท่านั้นนะคะ

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ก็พูดทำนองเข้าอกเข้าใจสถานการณ์ดีค่ะว่า ชาวสิงคโปร์ไม่ได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้มานานมาก ย่อมรู้สึกกังวลใจเป็นธรรมดา แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับแรงงานต่างด้าวอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อการเหมือนกัน พร้อมกับยอมรับว่าแรงงานต่างด้าว มีความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะต่อแผนพัฒนาขนส่งมวลชนและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ แต่เหตุการณ์ไม่ธรรมดาแบบนี้ ก็ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาเหมือนกันนะคะ เพราะมาเลเซียก็นำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานมากเหมือนกัน โดยสถิติของทางการบอกว่านับถึงสิ้นเดือน มิ.ย.ปีนี้ มีแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องในมาเลเซียประมาณ 2.1 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมแรงงานเถื่อนที่อาจจะมีมากกว่าล้านคนด้วย

ดังนั้นเพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้รมว.มหาดไทยของมาเลเซียได้สั่งการให้ตำรวจและฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองต้องจับตาการเข้าประเทศของแรงงานต่างชาติมากขึ้นอีกนิดพร้อมกับติดตามดูย่านที่แรงงานต่างด้าวชอบไปรวมตัวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ๆเสี่ยงจะเกิดปัญหา

สำหรับประเทศไทยของเรา จากสถิติของกระทรวงแรงงาน พบว่า นับถึงสิ้นปี 2555 ไทยมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 1.2 ล้านคน แต่คนในวงการประเมินกันว่า หากรวมแรงงานเถื่อนตัวจริงคงจะสูงกว่านั้นมาก ดังนั้นไทยเองก็ควรต้องคิดเผื่อมาตรการเฝ้าระวัง หรือแนวทางจัดการกับปัญหาทำนองนี้ไว้เหมือนกันนะคะ

นอกจากนี้ ควรดูแลด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการต่างๆ ที่แรงงาน ข้ามแดนพึงจะได้รับให้เหมาะสมด้วยค่ะ ไม่ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังถูกเอารัด เอาเปรียบจากคนไทย เพราะในอนาคตเชื่อว่าจะต้องเกิดการแย่งชิงตัวแรงงานระดับนี้มากขึ้นแน่ๆ เนื่องจากทุกประเทศในอาเซียนต่างเร่งกันพัฒนาประเทศกันอย่างเต็มที่ ที่ไหนอยู่แล้วมีความสุขทุกด้าน ใครๆ ก็คงอยากไปอยู่ค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค