posttoday
ซื้อขายทองผ่านตลท.

ซื้อขายทองผ่านตลท.

16 ธันวาคม 2556

สถิตย์ให้ศึกษาหาโมเดลที่ทุกฝ่ายรับได้‘จิตติ’ค้านชี้นักลงทุนจ่ายค่าคอมม์สองเด้ง

สถิตย์ให้ศึกษาหาโมเดลที่ทุกฝ่ายรับได้‘จิตติ’ค้านชี้นักลงทุนจ่ายค่าคอมม์สองเด้ง

“สถิตย์” ปิ๊งไอเดีย ศึกษาใช้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นศูนย์ซื้อขายทองคำ “จิตติ” ค้านสุดลิ่ม

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังศึกษาและคิดหาโมเดลในการทำให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นสถานที่ซื้อขายทองคำ จากปัจจุบันนักลงทุนและประชาชนไปซื้อขายที่ร้านค้าทอง ซึ่งบางครั้งก็ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง มีเพียงเอกสารเป็นหลักฐานเท่านั้น จึงต้องนำการซื้อขายทองเข้าระบบที่มีมาตรฐานและมีหลักประกันที่ดีขึ้น

“เราพิจารณาโมเดลจากหลายแห่ง เช่น แอฟริกา และต้องคิดหาโมเดลที่ทำให้ทุกคนไม่รู้สึกสูญเสีย เช่น การให้ร้านค้าทองเป็นโบรกเกอร์ซื้อขายทองคำ และจะต้องมีคัสโดตเดียนดูแลด้วย” นายสถิตย์ กล่าว

นอกจากนั้น ประธานกรรมการยังต้องการเห็น ตลท.มีตำแหน่งเป็นประเทศหลักเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) หากจะเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านก็จะต้องใช้ไทยเป็นฐาน ซึ่งระบบของตลาดหลักทรัพย์มีความพร้อมแล้ว ปัจจุบันประเทศเกาหลีมีความก้าวหน้ามาก

ทั้งนี้ การมีเกณฑ์โฮลดิงส์ โดยการรับบริษัทของไทยที่ออกไปลงทุนเพื่อนบ้านให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นหนทางหนึ่ง โดยปีนี้มีบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) เข้ามาเป็นบริษัทแรกแล้ว บริษัท อมตะเวียดนาม ก็กำลังจะเข้ามาจดทะเบียน และยังจะมีอีกหลายบริษัทสนใจ

สำหรับการเชื่อมโยงการซื้อขายหุ้นในอาเซียน (อาเซียนลิงก์) โดยเริ่มเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยไปซื้อหุ้นในตลาดหุ้นสิงคโปร์และมาเลเซียได้โดยตรงแล้วนั้น นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ยังจะต้องมีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากยิ่งขึ้น

นายสถิตย์ กล่าวถึงการลงทุนในตราสารหนี้ ว่า จะสนับสนุนให้นักลงทุนทั่วไปลงทุนผ่านตลาดรองมากขึ้น จากปัจจุบันเป็นผู้เล่นรายใหญ่ เป็นนักลงทุนสถาบัน และสถาบันการเงิน คาดว่าจะทำให้ตลาดเติบโตขึ้นอีกมาก

ขณะเดียวกัน ตลท.และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังคงเดินหน้าให้ความรู้เรื่องการลงทุนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ด้านนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกับ ตลท.เรื่องที่จะนำทองคำเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และไม่เห็นด้วยหากจะนำทองคำไปซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แทนที่จะเป็นร้านค้าทองเหมือนปัจจุบัน เพราะจะทำให้นักลงทุนมีต้นทุนมากขึ้น และร้านค้าทองที่มีอยู่ทั่วประเทศ 7,000 แห่ง จะทำอย่างไรที่จะให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกแห่ง

“ตอนนี้ร้านค้าทองมีการแข่งขันกันสูงอยู่แล้ว คิดค่าธรรมเนียมน้อยลง ได้กำไรนิดเดียว หากตลาดหลักทรัพย์จะมาแย่งอาชีพอีกก็แย่ โบรกเกอร์เองต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องใบอนุญาต นักลงทุนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมสองต่อ ต่อแรกผ่านโบรกเกอร์และต่อที่สองตลาดหลักทรัพย์ ในอนาคตหากตลาดหลักทรัพย์ต้องการจะทำอะไรขอให้มีการหารือกับสมาคมก่อนที่จะบังคับใช้” นายจิตติ กล่าว

การซื้อขายทองคำของประเทศไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะ คงไม่สามารถนำโมเดลจากประเทศไหนมาใช้ได้ และการซื้อขายทองขณะนี้ร้านค้าดูแลเรื่องความเสี่ยงได้

ก่อนหน้านี้ เคยมีความคิดที่จะให้ธนาคารพาณิชย์ทำหน้าที่ซื้อขายทองคำได้ด้วย แต่ทำไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายของธนาคารพาณิชย์ไม่เปิดช่องให้ดำเนินการ

ขณะเดียวกัน สมาคมเคยหารือกับหน่วยงานรัฐเรื่องการจัดตั้งศูนย์ซื้อขายทองคำในประเทศไทย โดยขอให้ยกเว้นภาษีและมีการแก้ไขกฎหมายให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ แต่ไม่สำเร็จ ทำให้ร้านค้าทองรายใหญ่ที่ต้องการนำเข้าส่งออกไปใช้บริการที่สิงคโปร์แทน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสิงคโปร์และฮ่องกง เช่น การเป็นผู้ส่งออกทองรายใหญ่ในเอเชีย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน