
ความฝันที่ต้องรอคอย
เมื่อผมเกษียณแล้ว ลูกๆ เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัวของเขาเอง แรกเริ่มเราอยู่รวมกันที่บ้าน แต่ต่อมามีสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงแยกย้ายไปปลูกบ้านอยู่กันเองตามสถานะ แม้จะนัดพบปะพร้อมกันทุกครอบครัวอาทิตย์ละครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้สม่ำเสมอ เพราะต่างคนต่างมีภาระและงานสังคมที่เป็นตัวกำหนด ดังนั้นนานๆ จึงต้องหาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน ให้หลานๆ จะได้มาพร้อมหน้ากัน
เมื่อผมเกษียณแล้ว ลูกๆ เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัวของเขาเอง แรกเริ่มเราอยู่รวมกันที่บ้าน แต่ต่อมามีสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงแยกย้ายไปปลูกบ้านอยู่กันเองตามสถานะ แม้จะนัดพบปะพร้อมกันทุกครอบครัวอาทิตย์ละครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้สม่ำเสมอ เพราะต่างคนต่างมีภาระและงานสังคมที่เป็นตัวกำหนด ดังนั้นนานๆ จึงต้องหาโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน ให้หลานๆ จะได้มาพร้อมหน้ากัน
วาระแบบนี้ถ้าไม่ไปพักผ่อนต่างจังหวัด เช่น ที่หัวหินหรือเชียงใหม่ ซึ่งที่ครอบครัวเรามีบ้านพักอยู่ ก็การเดินทางไปต่างประเทศพร้อมๆ กัน แต่โดยมากแล้วมักจะไปต่างจังหวัดกันบ่อยๆ
ผมเองมีความใฝ่ฝันตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้วว่า ถ้ามีฐานะและโอกาสเมื่อไหร่จะไปท่องเที่ยวโดยเรือสำราญให้ได้
ความฝันนี้เกิดจากการได้ดูรายการทีวีเกี่ยวกับเรือสำราญชื่อเลิฟโบต (Love Boat) ซึ่งบอกเล่าถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวประเภทนี้ ดูแล้วทำให้เกิดจินตนาการว่า การใช้ชีวิตบนเรือสำราญที่มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ สนุกสนานตลอดเวลา มีการละเล่นและการแสดงต่างๆ ให้ชม เมื่อถึงท่าเทียบเรือหรือเมืองที่มีกำหนดแวะจอดเยี่ยม ก็ได้ขึ้นบกไปท่องเที่ยว น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจไม่รู้ลืม
ตอนเรียนหนังสืออยู่ที่สหรัฐอเมริกานั้น ผมเคยคิดกระทั่งอยากไปสมัครทำงานอยู่กับเรือสำราญสักระยะก่อนกลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้เป็นจริงเป็นจัง
เรือสำราญเกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 1900 เรืออำนวยความสะดวกลำแรกชื่อ Princess Victoria Louise เรือประเภทนี้มีวิวัฒนาการมาจากการเดินเรือโดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างยุโรปและสหรัฐ และมีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกบนเรือ เช่น เก้าอี้ผ้าใบสำหรับนอนเล่นและบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ เป็นต้น
ต่อมาการเดินทางทางอากาศแพร่หลายมากขึ้น การข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกทางเรือเสื่อมความนิยม บริษัทเรือจึงดัดแปลงเรือเหล่านี้ไปเป็นธุรกิจใหม่ โดยการล่องเรือพาผู้โดยสารท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ และพัฒนาไปเป็นการให้บริการแบบเรือสำราญที่เริ่มอย่างจริงจัง เมื่อปี 1986
ยุคแรกๆ คนที่จะไปเที่ยวโดยเรือสำราญได้มักเป็นผู้สูงอายุ เพราะมีทั้งเวลาและมีฐานะทางการเงินดีพอ แต่ปัจจุบันไม่ใช่เช่นนั้น หนุ่มสาวหรือแม้ครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ก็สามารถเข้าถึงการท่องเที่ยวประเภทนี้ได้ เพราะชนิดของเรือและค่าใช้จ่ายบนเรือมีความหลากหลายและต่างระดับ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่สามารถเลือกใช้บริการที่เหมาะสมกับสถานะของตัวเองได้ ส่วนคุณเพ็ญพรรณและผมได้ไปเที่ยวโดยเรือสำราญด้วยกันครั้งแรกเมื่อเราอายุ 60 ปีแล้ว (กว่าจะเก็บเงินไว้ได้พอก็เกือบแก่เกินรอ) ระยะนั้นไม่มีหน้าที่การงานประจำที่ต้องเป็นห่วงแล้ว
เมื่อเริ่มต้นเรือสำราญเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ของเศรษฐี ตัวเรือถูกออกแบบให้เป็นโรงแรมเคลื่อนที่ มีความสะดวกสบายไม่น้อยกว่าโรงแรมบนบก มีบริการตั้งแต่ขนาดสามดาวถึงห้าดาว บริการของเรือสำราญมีทั้งทางแม่น้ำซึ่งเป็นเรือขนาดเล็ก จุผู้โดยสารได้ประมาณ 100300 คน และทางทะเลซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ระวางขับน้ำตั้งแต่ 3 หมื่นถึง 1.2 แสนตัน รับผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 4004,000 คน
เรือที่วิ่งตามแม่น้ำจะไม่มีอุปกรณ์บนเรือมากนัก จุดเด่นอยู่ที่การให้บริการด้านอาหารที่ยอดเยี่ยมเพราะคนน้อย และจอดแวะชมหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆ ตามแม่น้ำได้บ่อย ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับชีวิตของคนท้องถิ่นที่เรือวิ่งผ่านได้เต็มอิ่ม
เรือสำราญที่ให้บริการทางทะเลจะเน้นกิจกรรมบนเรือซึ่งมีความหลากหลายไปพร้อมๆ กับความน่าสนใจของจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่เรือมีกำหนดจอดแวะระหว่างทาง สำหรับเรือระดับห้าดาวที่มีค่าโดยสารสูงอยู่แล้ว กิจกรรมต่างๆ บนเรือจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นเครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์ แต่สำหรับเรือระดับสามสี่ดาว ค่าโดยสารไม่สูงนักและยกเว้นให้เด็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างอยู่บนเรือ เช่น การละเล่นบางชนิด เครื่องดื่มต่างๆ หรือบริการพิเศษอื่นๆ เรือทุกประเภทมีบริการด้านอาหารไม่จำกัด แต่คุณภาพแตกต่างไปตามระดับของราคา (ถ้าไม่เตรียมตัวลดน้ำหนักไว้ล่วงหน้า เมื่อกลับมาแล้วน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นแน่นอน มากน้อยแล้วแต่คน) ระหว่างล่องเรืออยู่กลางทะเลทางเรือจะเปิดบริการของ คาสิโนให้ผู้โดยสารได้เสี่ยงโชคตามถนัด ส่วนใหญ่จะเสียเงินให้เรือมากกว่าได้ แต่ก็เป็นจุดสังสรรค์เฮฮาได้แห่งหนึ่ง
เส้นทางเดินเรือมีหลากหลายทั่วโลก เข้าถึงจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีท่าเรือที่ใหญ่พอรับเรือเดินสมุทรได้ ระยะเวลาของการเดินทางมีตั้งแต่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงเป็นหลายๆ เดือน จะเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกโดยวิธีนี้ก็ได้







