
ชงทบทวน‘เจเทปา’
ไทยวอนเปิดตลาดสินค้าเกษตรเพิ่มญี่ปุ่นขอลดภาษีนำเข้ารถหนุนลงทุน
ไทยวอนเปิดตลาดสินค้าเกษตรเพิ่มญี่ปุ่นขอลดภาษีนำเข้ารถหนุนลงทุน
ไทยชงทบทวนเจเทปา ถกเปิดตลาดสินค้าเกษตร แลกญี่ปุ่นขอลดภาษีนำเข้ารถสำเร็จรูป โควตาเหล็ก
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการเดินทางเจรจาการค้าและศึกษาลู่ทางการค้าที่ประเทศญี่ปุ่นของนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ระหว่างวันที่ 12-14 ธ.ค. ว่า จะมีการเปิดเจรจาต่อเนื่องภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (เจเทปา) การเจรจาทบทวนข้อตกลงเจเทปา พร้อมร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนญี่ปุ่นสมัยพิเศษ และการประชุมผู้นำลุ่มน้ำโขงญี่ปุ่น ครั้งที่ 5
ทั้งนี้ ไทยจะผลักดันให้เปิดประชุมคณะกรรมการร่วม ครั้งที่ 4 เพื่อเจรจาต่อเนื่องและทบทวนข้อตกลงภายใต้เจเทปา เกี่ยวกับการเปิดตลาดการค้าสินค้าเกษตรที่มีพันธะต้องเปิดเสรี เช่น ข้าว น้ำตาล เนื้อสุกรแปรรูป สินค้าประมง และสินค้าเกษตรแปรรูปประเภทถั่ว ธัญพืช และมันสำปะหลัง เป็นต้น
ขณะเดียวกันจะขอให้ญี่ปุ่นแจ้งผลการพิจารณายกเลิกมาตรการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก และไก่สด แช่เย็นแช่แข็งของไทย ด้วย
ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นต้องการเรียกร้องให้ไทยเริ่มหารือ เพื่อลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปที่มีขนาดเครื่องยนต์มากกว่า 3,000 ซีซี การจัดสรรปริมาณโควตานำเข้าเหล็ก โดยพิจารณาจากอุปสงค์และอุปทานของตลาด หากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาจเป็นปัจจัยเสริมให้มีการพิจารณาเพิ่มปริมาณโควตานำเข้าเหล็กภายใต้เจเทปา
นอกจากนี้ กรมได้ร่วมกับภาคเอกชนญี่ปุ่นและไทย จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในสินค้ากลุ่มนวัตกรรมออกแบบไลฟ์สไตล์และกลุ่มโอท็อป พรีเมียม จำนวน 1520 ราย พร้อมฟังบรรยายเรื่องแนวโน้มการตลาดญี่ปุ่นเชิงลึกและโอกาสสำหรับสินค้ากลุ่มนวัตกรรมนี้ เปิดร้านโอท็อปพรีเมียมในโตเกียว ซึ่งเป็นร้านต้นแบบนำเสนอผลิตภัณฑ์ไทยในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) และผลิตภัณฑ์ไทยอื่นๆ จัดแสดงสินค้าเป็นระยะเวลา 1 เดือน ณ อาคาร A Gallery Daikanyama ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่คนจับจ่ายซื้อของเป็นจำนวนมาก เหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลในด้านพฤติกรรมของผู้บริโภค รสนิยม และแนวโน้มความต้องการสินค้าบริการของชาวญี่ปุ่น เพื่อนำผลสำรวจมาใช้ในการพัฒนาสินค้าของไทยต่อไป
ทั้งนี้ สถิติการค้าระหว่างไทยญี่ปุ่นในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.-ต.ค.) ของปีนี้ การส่งออกมีมูลค่า 18,598 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.8% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 35,025 ล้านเหรียญสหรัฐลดลง 14.2%







