posttoday
วิกฤตการเมืองกับอสังหาฯธ.ค.56

วิกฤตการเมืองกับอสังหาฯธ.ค.56

13 ธันวาคม 2556

ต้องบันทึกไว้ว่า เดือน ธ.ค.ปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รักของเรามีพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 มงคลปี พวกเราชาวไทยทะเลาะกันเป็นวงกว้าง จากเรื่องการเมือง การแย่งอำนาจ ความเกลียด ความโกรธ ประกอบกับการบริหารบ้านเมืองมีรอยโหว่ ผู้คนจำนวนมากไม่พอใจกับวิธีบริหารประเทศ

ต้องบันทึกไว้ว่า เดือน ธ.ค.ปีมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รักของเรามีพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 มงคลปี พวกเราชาวไทยทะเลาะกันเป็นวงกว้าง จากเรื่องการเมือง การแย่งอำนาจ ความเกลียด ความโกรธ ประกอบกับการบริหารบ้านเมืองมีรอยโหว่ ผู้คนจำนวนมากไม่พอใจกับวิธีบริหารประเทศ

วิกฤตกับประเทศไทยมีหลายประเภท ในอดีต 50 ปีที่ผ่านมา เรามีวิกฤต 7 ครั้ง เป็นการเมือง 6 ครั้ง ตั้งแต่ ธีรยุทธ บุญมี วิกฤตถนอมประภาส วิกฤตจำลองสุจินดา วิกฤตเสื้อเหลือง สนธิทักษิณ วิกฤตเสื้อแดงอภิสิทธิ์ และกำลังมี สุเทพนายกฯ ปู และเกือบทุกครั้งประเทศชะงักเสียหาย แบ่งคนไทยเป็น 2 ฝ่ายสู้รบกัน

แต่วิกฤตระยะยาวกว่าใช้เวลามากกว่ากลับเป็นวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจ ที่ในอดีต 50 ปี มีวิกฤตการเงิน 4 ครั้ง ทั้งลอยค่าเงินบาท ครั้งแรก สมัยนายกเกรียงศักดิ์ และดร.โกร่ง นำเข้าไอเอ็มเอฟ วิกฤตปิดทรัสต์ 16 เมษาฯ แต่วิกฤตที่แย่มากๆ ใช้เวลาร่วม 10 ปีกว่าจะฟื้นก็คือ ต้มยำกุ้ง 2540 ประเทศพังทั้งระบบ มีวิกฤตน้ำมันขึ้นราคา 2 ครั้ง ที่เกิดสงครามคู

ที่ผ่านมาวิกฤตการเมืองจะใช้เวลาจะสงบลงเร็วกว่าวิกฤตอื่นๆ แม้กระทั่ง วิกฤติอุทกภัย เช่น น้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็ 3 เดือน แต่การเมืองนั้นจะมี 3 เดือน ก็สมัยจำลองสุจินดา วิกฤติระยะสั้นบ้านเมืองจะฟื้นเร็ว แต่ความเสียหายด้านจิตใจจะพังนาน เช่น สมัยถนอมประภาส วีรชนตายและฝังใจสมัยจำลอง เป็นต้นและวิกฤตการเมืองครั้งนี้ ทุกคนอยากให้จบเร็วๆ ปัจจุบันก็ร่วม 16 เดือนแล้ว โชคดีที่ต้องผ่านวันที่ 5 ธันวามหามงคลก็จะมีหยุดพักรบ แต่จะยืดเยื้อเท่าไรยังไม่รู้ และทุกครั้งในอดีตก็เกิดปฏิวัติโดยทหาร ทั่วโลกประณาม ครั้งนี้ทหารเก่งขึ้นมีประสบการณ์มากขึ้น ไม่ยอมเป็นเครื่องมือความขัดแย้งแล้ว

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนนั้น จะตามมาด้วยปัญหาสังคม เศรษฐกิจชะลอ หดตัว และหยุดนิ่ง ที่กระทบเร็วที่สุด คือ การเงิน หุ้น และการท่องเที่ยว รองมา คือ การส่งออก ปีนี้กระทบแน่ รองลงมาอีกก็คือ การบริโภคของประชาชนชะลอลง โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ชะลอแน่ๆ ผลกระทบระยะยาว คือ การลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะชะลอตัว เพราะไม่มีคนตัดสินใจ เอกชนจะกู้เงินลงทุนได้ยากขึ้น

มาดูอสังหาฯ ก็จะกระทบ 3 ฝ่าย 1.ตลาดร้องเพลงรอแน่และต้องระวังเอ็นพีแอลที่จะตามมาหลังวิกฤต กู้สร้างบ้านจะยังไม่ให้กู้ กู้ซื้อบ้านจะตรวจเช็กมากขึ้น

กลุ่มที่ 2 คือ ผู้ประกอบการก็แบ่งเป็นเจ้าใหญ่ ตลาดที่เปิดขายกัน 1,000 ยูนิต ใน 3 ชั่วโมง คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ หรือต้นปีหน้าแน่ รายกลางซึ่งมักจะเป็นต่างจังหวัดก็จะกระทบ ถ้าเป็นรายกลางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เอ็นพีแอลจะถามหา เพราะกระแสเงินสดจะชะงัก แม้จะขายได้แต่ยากที่จะก่อสร้าง โอนได้เร็วตามคาดหมายขณะที่รายเล็กจะปรับตัวได้เร็วกว่าเพื่อน คือ หยุดสร้าง หยุดขาย หยุดเปิดตัว

สุดท้ายคือ ผู้ซื้อ ผู้บริโภค ชะลอแน่ๆ ที่เก็งกำไร ซื้อคอนโดคนละ 45 ยูนิต ดูว่าจะทิ้งแน่ๆ ที่ซื้อลงทุน ก็จะทิ้งบ้าง เก็บบ้าง ตามเครดิตระยะกลาง

จะทำอย่างไร 1.ผู้ประกอบการต้องมีแผนสำรอง ขณะนี้ยักษ์ในตลาดหุ้นยังประมาท เชื่อในความเก่งของตัวเองว่าจะอยู่รอดจะเบียดรายกลางและรายเล็กออกไป และ 2.ผู้ซื้ออย่าประมาท ดูเครดิตของตัวเอง อย่ายอมเป็นเอ็นพีแอล

ท้ายสุดก็เลิกทะเลาะกันเสียทีได้ไหม เบื่อการแย่งอำนาจเหลือทน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน