posttoday
ส่งออกอาหารฟื้นตัว

ส่งออกอาหารฟื้นตัว

12 ธันวาคม 2556

อานิสงส์เศรษฐกิจโลกดันยอดโต6.2%เตือนรับมืออียูตัดสิทธิจีเอสพี

อานิสงส์เศรษฐกิจโลกดันยอดโต6.2%เตือนรับมืออียูตัดสิทธิจีเอสพี

ส่งออกอาหารยังฟื้นตัวช้า คาดปีหน้ามูลค่าโต 6.2% ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ราคาน้ำตาลขยับขึ้น

นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แนวโน้มการส่งออกอาหารของไทยในปี 2557 จะขยายตัวได้แต่ในอัตราไม่สูงนัก โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการส่งออก 9.7 แสนล้านบาท หรือขยายตัว 6.2% ซึ่งเป็นอานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) คาดว่าปี 2557 เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้ 3.6% สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มทรงตัว เฉลี่ยอยู่ที่ 31.34 บาท/เหรียญสหรัฐ จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก ประกอบกับราคาและความต้องการน้ำตาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเทียบกับปีนี้ที่ราคาน้ำตาลลดลงจนทำให้เสียรายได้จากการส่งออกไปราว 3.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับสินค้าอาหารที่ส่งออกมากที่สุดจะยังเป็นกลุ่มเดียวกับปี 2556 ที่ 5 อันดับแรก ได้แก่ ข้าว ที่มีสัดส่วนส่งออก 14.4% น้ำตาลทราย สัดส่วน 10.2% ทูน่ากระป๋อง สัดส่วน 8.7% ไก่ สัดส่วน 7.6% และกุ้ง สัดส่วน 7.5%

อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกอาหารจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยลบที่ต้องติดตาม คือ อุตสาหกรรมกุ้งไทยที่น่าจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลังจากประสบปัญหาโรคระบาด สินค้าอาหารแปรรูปของไทยจะถูกสหภาพยุโรป (อียู) ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นต้นไป โดยเฉพาะกลุ่มสินค้ากุ้งแปรรูปที่พึ่งพิงตลาดอียูถึง 16% และราคาพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

“เบื้องต้นขณะนี้ คาดว่าปีหน้าจะมีมูลค่าส่งออกสินค้าอาหาร 9.7 แสนล้านบาท แต่หากสามารถส่งเสริมให้มีการแปรรูปอาหารเพื่อส่งออกได้ราคาที่ดีขึ้น ก็มีความเป็นไปได้ที่จะส่งออกถึง 1 ล้านล้านบาท โดยสถาบันอาหารจะเน้นส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าผ่านโครงการต่างๆ และได้รับงบอุดหนุนในปีงบประมาณ 2557 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ 600 ล้านบาท ตั้งเป้าจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารให้ออกสู่เชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 100 รายการ” นายเพ็ชร กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่ได้กระทบการส่งออกอาหารชัดเจน เพราะคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) สินค้ายังคงเข้ามาต่อเนื่อง แต่หากยังยืดเยื้อออกไปจะส่งผลทางจิตวิทยา ทำให้คู่ค้าไม่เชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการไทยจะยังส่งสินค้าได้หรือไม่ จะส่งผลต่อออร์เดอร์สินค้าในระยะต่อไป

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองยังอาจส่งผลถึงการเจรจาซื้อขายสินค้าอาหารในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่หากรัฐบาลใหม่เข้ามาอาจมีการทบทวนบางมาตรการหรือต้องเจรจาใหม่

สำหรับการส่งออกอาหารไทยช่วง 10 เดือนแรกของปี 2556 มีมูลค่า 7.66 แสนล้านบาท ลดลง 6.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะมีมูลค่าส่งออกรวมประมาณ 9.13 แสนล้านบาท ติดลบ 6% จากปี 2555 เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ อีกทั้ง สินค้าบางรายการประสบปัญหาความต้องการและราคาในตลาดโลกลดลง เช่น น้ำตาลทราย กุ้งที่ประสบปัญหาโรคตายด่วน ไก่แปรรูป มีราคาแพงขึ้น ทำให้เสียตลาดบางส่วนให้กับคู่แข่งอย่างบราซิล และจีน ประกอบกับความต้องการของตลาดหลักในสหภาพยุโรปลดการนำเข้าลง

ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยควรเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อช่วงชิงโอกาสจากการรวมตัวของกลุ่มประเทศอาเซียน ที่คาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารของไทยใน 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ อุตสาหกรรมอาหารภายในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวขึ้นและมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ ทั้งจากนักลงทุนในและนอกภูมิภาคอาเซียน อีกประเด็นคือ อุตสาหกรรมอาหารไทยที่มีศักยภาพจะขยายการค้าการลงทุนไปสู่ประเทศอาเซียนเพิ่มขึ้นเพื่อเข้าถึงตลาด แหล่งวัตถุดิบ แรงงานต้นทุนต่ำ รวมทั้งสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ในกรณีที่ไปลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน