
ซี-กรรม
วันนี้คือวันที่ 11 เดือน 12 ปี 13 วันที่หลายๆ คนลืมไปแล้วว่า มีพิธีเปิดกีฬา “ซีเกมส์” ที่ประเทศพม่า
วันนี้คือวันที่ 11 เดือน 12 ปี 13 วันที่หลายๆ คนลืมไปแล้วว่า มีพิธีเปิดกีฬา “ซีเกมส์” ที่ประเทศพม่า
จะไม่ให้ลืมได้อย่างไร ก็ตลอด 40-50 วันที่ผ่านมา เราทุกคนต่างต้องนั่ง “ซีกรรม” ของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขบคิดถึงช่องทาง “แก้กรรม” หลากหลายรูปแบบด้วย
มีข้อเรียกร้องออกมาหลากหลายรูปแบบหลังการยุบสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บ้างให้ยึดการเลือกตั้ง บ้างบอกต้องมีสภาประชาชน บ้างจะเอาปฏิรูปประเทศ และก็มีคนตั้งคำถามอีกต่างๆ นานาว่า กระบวนการต่างๆ ใช้เวลานานหรือไม่ ถ้าทำสิ่งที่ว่าไปเสร็จแล้ว “ไงต่อ” ผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร
จากที่ผมได้ทำการ “สแกนกรรม” ด้วยการส่องอาเซียนเปรียบเทียบประเทศไทย ผมขอเสนอหนึ่งเรื่องให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันปฏิรูป นั่นคือเรื่อง “มติพรรค”
แม้การทำอะไรพร้อมๆ กันทั้งพรรค อาจทำให้เกิดผลตามที่มุ่งหมายได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า ตลอดจนสร้างเสถียรภาพให้ฝ่ายตัวเองได้มากกว่า แต่เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วจริงหรือ ที่ สส.แต่ละคนแค่ก้มหน้าก้มตาทำงานไปตามมติพรรคก็เพียงพอ
มติพรรคเพื่อไทย ลงความเห็นให้ สส.ในพรรคทุกคนผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย ผลที่ตามมาคือประชาชน “ลุกฮือ” ขึ้นคัดค้าน
มติพรรคประชาธิปัตย์ ลงความเห็นให้ สส.ในพรรคทุกคนลาออกจากตำแหน่ง เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ว่าเป็นพรรคที่เอาแต่เล่นเกมนอกสภา
มติพรรคยังเข้ามามีบทบาทในสภาและนอกสภาอีกหลายครั้งหลายหน ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แน่นอนว่าหลายครั้งมติพรรคก็ไม่ได้มุ่งหมายจะทำสิ่งที่ถูกต้อง มุ่งหวังเพียงผล “บางอย่าง” เชื่อว่า สส.หลายคนเองก็รู้ดี และมีวิถีปฏิบัติที่อยากทำในใจตัวเองแล้ว แต่ก็ไม่กล้าจะ “ขัดขืน” มติพรรค เพราะกลัวว่าหากไม่ปฏิบัติตาม รอบหน้าพรรคจะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง
หากมองไปในอาเซียน เราจะพบว่าหลายประเทศก็กำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน เช่น กรณีที่นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้สมาชิกพรรคช่วยกันผ่านกฎหมายป้องกันอาชญากรรม ค.ศ. 2013 เมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยให้สามารถคุมขัง “ผู้ต้องสงสัย” ได้หลายปีแม้จะยังไม่ตั้งข้อหา กฎหมายดังกล่าวเคยถูกยกเลิกไปแล้วเมื่อปี 2554 การบังคับเสียงในสภาดึงกลับมาใหม่ครั้งนี้ แน่นอนว่าเรียกผู้ชุมนุมออกมาประท้วงต่อต้านเช่นเดียวกัน
เพื่อไม่ให้มีการซ้ำรอยอาเซียนไปมาเช่นนี้ บ้านเราจึงควรปฏิรูปทั้งนักการเมืองและ สส. ให้เลิกให้ความสำคัญกับมติพรรคจนเกินเหตุอันควร พรรคการเมืองต้อง ใจดี สปอร์ต ให้สิทธิตัดสินใจ ใครคิดอย่างไร จะทำอย่างไร ทำ! ใครค้านอย่างไร จะทำอย่างไร ค้าน! ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ส่งลงรอบหน้า หากสิ่งที่ทำเกิดจากความมุ่งหวังที่ดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง สมัยหน้าก็ส่ง สส.คนนั้นลงเลือกตั้งต่อไป
ขณะที่ สส.เอง ก็ควรมีความละอายใจต่อบ้านเมือง ละอายใจต่อประชาชน หยุดทำตามมติพรรค หากรู้ว่ามตินั้นผิดเห็นๆ หรือมีวาระซ่อนเร้น ต้องไม่ลืมรากเหง้าว่าคุณคือ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ไม่ใช่แค่ “สมาชิกสภาผู้แทนพรรค”
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้เวลา ปฏิรูปได้ทันที เพราะแค่ขึ้นกับ “ใจ” ของพรรคและ สส.เอง สิ่งที่ได้คือภาพลักษณ์ของทั้งพรรคและ สส.ดีขึ้นเห็นๆ เพราะทุกคนมีสิทธิคิดเอง ตัดสินใจเอง เพื่อประโยชน์บ้านเมือง
แต่หากท่านทั้งหลายไม่ปฏิรูปเรื่องนี้ให้ดี...
ผมกลัวว่าจบซีเกมส์เดือนนี้ จะมีเรื่องให้เราต้องซีกรรมกันต่อหลังการเลือกตั้ง







