
นับถอยหลังสู่ซีเกมส์
อีกไม่กี่วันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ก็จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า ในระหว่างวันที่ 11-22 ธ.ค. 2556
อีกไม่กี่วันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ก็จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า ในระหว่างวันที่ 11-22 ธ.ค. 2556
หลังจากพม่าเว้นวรรคการเป็นเจ้าภาพมานานถึง 44 ปี หลายฝ่ายจึงเอาใจช่วยให้การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ขณะที่จีนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมากถึง 700 คน ไปช่วยพม่าให้จัดมหกรรมซีเกมส์ได้อย่างราบรื่น
เพราะพม่าตั้งความหวังกับการจัดงานในครั้งนี้ไว้มาก หลังจากเพิ่งเปิดประเทศมาได้ไม่นาน การจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่เช่นนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของพม่าในเวทีโลก ท่ามกลางสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่สนอกสนใจประเทศที่ยังไม่เคยรู้จัก
นอกจากนี้ พม่ายังต้องการใช้มหกรรมกีฬาครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้พม่าเข้าสู่ยุคทองของแวดวงกีฬาและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศด้านการกีฬาด้วย
ถึงตอนนี้ทางการพม่ายืนยันว่าพร้อมแล้ว 100% ในการจัดแข่งขันกีฬาครั้งนี้ และพร้อมนับถอยหลังสู่พิธีเปิดสุดอลังการ
แต่แม้จะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน หลายฝ่ายก็ยังแอบลุ้นว่าพม่าสามารถจัดการความท้าทายต่างๆ ได้หรือไม่ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการเรื่องต่างๆ เพราะผู้คนจำนวนมากจะหลั่งไหลเข้ามายังพม่า ทั้งกองทัพนักกีฬากว่า 6,000 คน สื่อมวลชนอีก 3,000 คน ไม่นับรวมเจ้าหน้าที่และแฟนกีฬาประเภทต่างๆ ที่เดินทางเข้าไปเชียร์ติดขอบสนาม
ขณะเดียวกันพม่าก็กังวลเรื่องจำนวนที่นั่งในสนามว่าจะเต็มความจุที่มีหรือไม่ รวมถึงห่วงเรื่องความปลอดภัยในระหว่างการจัดแข่งขันซีเกมส์ เพราะพม่าประกอบด้วยกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์ และก่อนหน้านี้ก็มีเหตุวางระเบิดรวมถึงการปะทะระหว่างชาวพุทธและมุสลิมเกิดขึ้นหลายครั้ง
ในแง่ของจำนวนผู้เข้าชม ทางการพม่าพยายามการันตีจำนวนที่นั่งด้วยการแจกตั๋วฟรีสำหรับกีฬาประเภทต่างๆ ยกเว้นฟุตบอล แต่ก็ไม่สามารถรับรองผล เพราะชาวพม่าจำนวนมากอาศัยอยู่ห่างไกลจากกรุงเนย์ปิดอว์ ประกอบกับการเดินทางก็ไม่สะดวก ระบบขนส่งสาธารณะยังไม่เพียงพอกับการตอบสนองความต้องการเหล่านี้
ที่สำคัญโรงแรมก็ไม่เพียงพอรองรับความต้องการ เนื่องจากชาวต่างชาติและแขกจำนวนมากต่างก็จับจองไว้ล่วงหน้า ไม่นับรวมราคาห้องพักที่ปรับขึ้นเป็นระยะ แม้ทางการพม่าจะกำหนดให้มีราคาห้องพักมาตรฐานก็ตาม
อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ความเห็นของชาติสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับกีฬาสากลและกีฬาพื้นบ้านที่แข่งขันกันในครั้งนี้ ซึ่งมีกีฬาพื้นบ้านหลายชนิดที่เจ้าภาพบรรจุเข้าไป ทำให้เกิดการถกเถียงกันระหว่างแนวคิดการจัดกีฬาที่มีความเป็นสากล กับการเน้นกีฬาพื้นบ้านที่อาจมีบางประเทศที่ถนัดมากกว่า
ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร แต่อยากให้เพื่อนบ้านอาเซียนมองถึงแก่นแท้ของการแข่งขันกีฬาที่เน้น “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” มากกว่าจำนวนเหรียญทอง







