posttoday
2บจ.ซื้อหุ้นคืนต้นทุนแพงกว่าตลาด

2บจ.ซื้อหุ้นคืนต้นทุนแพงกว่าตลาด

06 ธันวาคม 2556

บจ.ติดดอย ในโครงการซื้อหุ้นคืนMBKTCAPซื้อราคาแพงกว่าราคากระดาน

บจ.ติดดอย ในโครงการซื้อหุ้นคืนMBKTCAPซื้อราคาแพงกว่าราคากระดาน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) พบว่า ในปี 2556 มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) จำนวน 5 แห่ง ที่จัดโครงการซื้อหุ้นคืนและจบโครงการซื้อหุ้นคืนเรียบร้อยแล้วคือ บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) บริษัท เอ็ม บี เค (MBK) บริษัท โอเอชทีแอล (OHTL) และบริษัท ทุนธนชาต (TCAP)

วัตถุประสงค์สำคัญทำให้ บจ.ตัดสินใจจัดทำโครงการซื้อหุ้นคืน ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อบริหารเงินและเป็นการแสดงความเชื่อมั่นของ บจ.ต่อผลประกอบการและราคาหุ้นของบริษัท แต่ในจังหวะที่ บจ.เหล่านี้จัดโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นช่วงที่ดัชนีราคาหุ้นอยู่ในระดับสูง เพราะหลังจากจัดโครงการแล้วเสร็จ ภาวะตลาดหุ้นไม่ค่อยดี รับผลลบจากปัจจัยต่างประเทศ และปัญหาในประเทศโดยเฉพาะปัญหาการเมือง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างหนัก เป็นผลให้ราคาซื้อหุ้นคืนโดยเฉลี่ยของ บจ. 2 แห่ง สูงกว่าราคาในกระดาน

ณ วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย MBK มีราคาซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 157 บาท ขณะที่ราคาในกระดานอยู่ที่ 147 บาท และหุ้น TCAP ราคาซื้อหุ้นคืนมีต้นทุนเฉลี่ย 47.8 บาท สูงกว่าราคาในกระดาน ล่าสุด อยู่ที่ 33.50 บาท

ขณะที่มีสองบริษัทที่ต้นทุนเฉลี่ยของราคาซื้อหุ้นคืนต่ำกว่าราคาในกระดานคือ BANPU มีราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 29.8 บาท เทียบกับในกระดานอยู่ที่ 32.50 บาท และ OHTL มีราคาต้นทุนซื้อหุ้นคืนเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาท เทียบกับราคาในกระดานอยู่ที่ 640 บาท

สำหรับ KSL ได้ซื้อหุ้นคืนจำนวน 34.1 ล้านหุ้น เป็นเงินจำนวน 432 ล้านบาท คิดเป็นราคาเฉลี่ย 12.70 บาท เท่ากับราคาปิด ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2556

นายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ KSL กล่าวว่า บริษัทไม่ได้กังวลหรือมองว่าราคาต้นทุนในการซื้อหุ้นคืนขณะนี้จะสูงกว่าราคากระดาน นั่นเป็นเพราะภาวะตลาดหุ้นไม่ดี

สำหรับ KSL ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจจะดำเนินการอย่างไรกับหุ้นที่ได้ซื้อคืน เพราะตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ระยะเวลา 6 เดือนหลังจบโครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งสามารถเลือกได้หลายแนวทางเลือกด้วยกัน เพราะหากราคาหุ้นในกระดานยังต่ำกว่าราคาหุ้นซื้อคืน ก็สามารถเลือกวิธีการลดทุนจดทะเบียน แต่ในกรณีหุ้นในกระดานสูงกว่าราคาต้นทุนก็สามารถเลือกขายคืนในกระดานหรือขายให้กับผู้สนใจถือหุ้น KSL

นอกจากนั้น ยังมีบริษัทหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการซื้อหุ้นคืน ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจะเป็นโอกาสในการซื้อหุ้น เช่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) จะใช้เงิน 500 ล้านบาท ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 333.3 ล้านหุ้น คิดเป็น 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว กำหนดระยะเวลาที่จะซื้อหุ้นคืนตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556-1 เม.ย. 2557

ขณะเดียวกัน บริษัทที่ซื้อหุ้นคืนเสร็จแล้วแต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรกับหุ้นในส่วนนี้ เช่น บริษัท อาร์เอส (RS) ในปี 2555 บริษัทซื้อหุ้นของบริษัทคืนมา 17.7 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 74.6 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 4.30 บาท โดยบริษัทจะครบกำหนดการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนในวันที่ 5 ก.ย. 2558

ด้านเจ้าหน้าที่การตลาด กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียนบางแห่งอาจจะคิดที่จะเกิดโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่อง ในภาวะตลาดหุ้นไม่สดใส ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงมาซื้อขายต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

นอกจากนี้ เงินสดที่มีอยู่จำนวนมากและยังไม่มีแผนที่จะนำไปลงทุนหรือขยายธุรกิจ ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลง หากนำมาซื้อหุ้นคืนจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวกับบริษัท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน