
ชิ้นส่วนชะลอแผน
เอสเอ็มอีเริ่มเบรกเหตุการเมือง บีโอไอ7พ.ค.ชงจ้างคนต่างด้าว
โพสต์ทูเดย์
— บีโอไอชี้กลุ่มเอสเอ็มอีไทยผลิตชิ้นส่วน เริ่มชะลอลงทุน เร่งสำรวจความเห็นนักลงทุน หวั่นการเมืองกระทบเชื่อมั่น ขณะที่รายใหญ่ยังเดินหน้าลงทุนต่อนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขา ธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานว่า ผลการชุมนุมการเมืองที่ยืดเยื้อ ได้กระทบให้การลงทุนบางโครงการ โดยเฉพาะการลงทุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนของผู้ประกอบการขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทย มีการชะลอการลงทุนบ้าง
“
การชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อส่งผลต่อความเชื่อมั่นในหลายด้าน เช่น การท่องเที่ยว การค้าปลีกในกรุงเทพมหานคร แต่บีโอไอได้หารือกับนักลงทุนรายใหญ่บางราย ก็ยังสนใจลงทุนเพิ่ม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาห กรรมยานยนต์ ก็ยังไม่มีการแจ้งยกเลิกการลงทุน” นางอรรชกา กล่าวทั้งนี้ บีโอไอเตรียมเร่งทำการสอบถามสำรวจความคิดเห็นนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง และผลกระทบที่ได้รับ ซึ่งตามปกติจะดำเนินการทุก 6 เดือน แต่ช่วงนี้การเมืองส่งผลกระทบ ทำให้บีโอไอร่นการสำรวจความคิดเห็นจากเดือน ก.ค. เร็วขึ้นเป็นเดือน มิ.ย.
ดังนั้น การสำรวจดังกล่าวจะทำให้ได้ข้อคิดเห็นของนักธุรกิจต่างประเทศเพื่อมาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ และต่างชาติคงจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของไทยด้วย รวมทั้งจะมีการสอบถามเกี่ยวกับแผนธุรกิจและการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน บีโอไอจะยังคงดำเนินการตามแผนโรดโชว์ชักจูงการลงทุนเชิงรุกในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐโดยการโรดโชว์ในแต่ละประเทศ จะมีการปรับเปลี่ยนกิจการที่จะชักจูงตามความต้องการต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในไทย เช่น ไบโอเทคโนโลยี ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทน ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาบีโอไอไปโรดโชว์ที่อินเดียแต่ไม่มีการสอบถามเรื่องการเมืองมากนักเพราะการเมืองของอินเดียวก็วุ่นวายเหมือนกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมอนุกรรมการฯ ได้กลั่นกรองวาระการประชุมที่จะเข้าที่ประชุมบีโอไอที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 7 พ.ค. 2553 ซึ่งจะมีการทบทวนเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนมากขึ้น โดยจะมีการผ่อนผันให้ผู้ได้รับส่งเสริมการลงทุนสามารถใช้แรงงานต่างด้าวจากเดิมที่กำหนดให้ใช้เฉพาะแรงงานไทย เนื่องจากปัจจุบันขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรม 35 แสนคนในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การใช้แรงงานต่างด้าวจะช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะสั้นในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานคนไทยและปัญหาการว่างงานไม่มาก แต่ถ้าไทยหาแรงงานให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ได้จะทำให้เกิดการย้ายฐานการลงทุนไปประเทศอื่น ซึ่งควรมีการผ่อนผันการใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือให้ทั้งนักลงทุนรายเดิมและนักลงทุนรายใหม่ โดยแรงงานต่างด้าวจะต้องดำเนินการตามระเบียบของกระทรวงแรงงาน แต่ที่ผ่านมาบีโอไอกำหนดให้โครงการที่ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนได้รับอนุญาตให้ชาวต่างชาติประเภทผู้ชำนาญการเข้ามาทำงานได้เท่านั้น ซึ่งทำให้มีนักลงทุนขอให้บีโอไอผ่อนผันให้จ้างแรงงานขั้นพื้นฐานต่างชาติได้ โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นส่งผลให้มีคำสั่งซื้อมากขึ้น







