
ปรับปรุงผังเมืองกทม.ส่งเสริมตึกสูง แลกพื้นที่สีเขียว
8...วราพงษ์ ป่านแก้ว
เริ่มเดินเครื่องกันแล้วสำหรับการปรับปรุงผังเมือง กทม. เพื่อจะนำมาใช้แทนกฎกระทรวงผังเมือง กทม. พ.ศ. 2549 ที่จะหมดอายุในวันที่ 15 พ.ค. 2554 หลังจากที่ กทม.ไฟเขียวให้สำนักผังเมืองดำเนินการ โดยจะเสนอให้กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองอนุมัติให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการ
ในขณะเดียวกันสำนักผังเมืองได้ทำการบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว โดยการสำรวจความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผังเมืองปัจจุบัน เพื่อนำมาเป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองฉบับใหม่ ซึ่งหลังจากประมวลข้อมูลในด้านต่างๆ แล้ว สำนักผังเมืองได้วางกรอบในการปรับปรุงผังเมือง กทม. โดยจะให้ความสำคัญใน 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.การพัฒนาในรูปแบบของเมืองที่กระชับ ส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ที่มีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมการขนส่งมวลชนระบบราง ลดการใช้พลังงาน
2.เพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ โดยใช้มาตรการทางผังเมืองกำหนดสัดส่วนของพื้นที่ว่าง ส่งเสริมการพัฒนาในทางสูง โดยให้โบนัสกับโครงการที่เพิ่มพื้นที่สีเขียว และพื้นที่โล่งว่าง และ 3.คือการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม
เรื่องดังกล่าว มานพ พงศทัต ในฐานะคณะที่ปรึกษาคณะผังเมือง กทม. ขยายความว่า การแก้ไขผังเมืองครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของทางฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้เสนอเข้ามาเพื่อมาพิจารณาข้อดีข้อเสียก่อนที่จะนำมาปรับในผังเมืองฉบับใหม่ หรือจะหยิบประเด็นสำคัญๆ มาระดมความเห็นกัน เช่น เรื่อง FAR หรือ OSR ควรจะกำหนดกันอย่างไร เป็นต้น
“
คิดว่าการปรับปรุงผังเมืองครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก เพราะปัจจุบัน กทม.มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีคนเยอะขึ้น มีรถเยอะขึ้น มีการก่อสร้างระบบขนส่งระบบราง พื้นที่บางส่วนจะมีการเปิดให้มีการพัฒนามากขึ้นในทางสูงแต่ต้องแลกกับการเพิ่มพื้นที่โล่งหรือพื้นที่สีเขียวบนดิน เช่น อาจจะให้ FAR มากขึ้น แต่ก็ต้องเพิ่มพื้นที่โล่งหรือพื้นที่สีเขียวรอบอาคารด้วย นอกจากนี้ อาจจะมีการเสนอแนวคิดใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนามากขึ้น เช่น การโอนสิทธิ FAR ในพื้นที่ที่กำหนด เป็นต้น” มานพ กล่าวขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้เสนอความเห็นไว้ในหลายประเด็น เช่น การกำหนดพื้นที่อาศัยสำหรับคนชั้นล่างกลาง ในแหล่งงานใหม่ๆ เช่น แจ้งวัฒนะ สนามบินสุวรรณภูมิ
การใช้พื้นที่เสื่อมสภาพในเมืองให้มากขึ้น และเป็นการใช้ที่ดินแบบผสมผสานการวางผังด้านที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบราง รวมถึงการปรับปรุงระบบโบนัสสำหรับการพัฒนารอบสถานีรถไฟฟ้า การปรับปรุงระบบอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดิน หรือ FAR และอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคาร หรือ OSR เป็นต้น
เหล่านี้คือประเด็นหลักๆ ที่จะนำมาแก้ไขในผังเมืองฉบับใหม่ ส่วนจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหน จะส่งเสริมหรือเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คงต้องติดตามกันต่อไป







