posttoday
ไฟแนนซ์ทูเดย์

ไฟแนนซ์ทูเดย์

04 พฤษภาคม 2553

....ซามูไรบอนด์

...l...แผนปฏิรูปประเทศไทยทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของรัฐบาลกำลังจะประกาศออกมา หลังยกร่างพิมพ์เขียวเสร็จร้อนๆ โดยแนวทางของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ทาง กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ก็เห็นชอบด้วย ส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวคือ การเก็บภาษีทรัพย์สินคนรวย เพื่อนำมาแก้ปัญหาคนจน นี่คือ รูปธรรมที่ชัดเจนต่อเจตนารมณ์ในการแก้ปัญหาของรัฐบาลมากที่สุด

...l...แผนปฏิรูปประเทศไทย จะเป็นการดึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ชุมนุมทางการเมืองเข้ามาร่วม โดยมีระยะเวลาในการปฏิรูป6 เดือน หากกลุ่มเสื้อแดงยังไม่เข้าร่วมจะถูกสังคมลอยแพ เพราะนี่คือการก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองสู่ความเป็นธรรมทางสังคม จะได้ไม่มีใครใช้ประเด็นเรื่องความยากจน มาสร้าง “อภิสิทธิ์ชนใหม่” ในประเทศอย่างทุกวันนี้

...l...ถือเป็นความแยบยลของทาง ก.ล.ต. ที่ยื่นข้อมูลการอำพรางการถือหุ้น บริษัท วินมาร์ค และ บริษัท แอมเพิลริช ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ในบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ให้ดีเอสไอ เพราะจากเดิมที่คดีนี้ถือว่า ถูกอดีตอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง “ตัดตอน” ในยุครัฐบาล สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ที่บอกว่าแยบยล เพราะเงื่อนไขในการฟื้นคดีนี้คือ ต้องมีข้อมูลใหม่ ซึ่งเรื่องที่ยื่นไว้เดิมคือ ซุกหุ้นบริษัท เอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น แต่เที่ยวนี้ คือ ยื่นเรื่องการซุกหุ้นชินคอร์ป ทำให้ดีเอสไอสามารถหยิบขึ้นมาฟ้องศาลได้รอบใหม่อย่างถูกต้อง*** การที่คุณหญิงพจมาน และครอบครัว เร่งออกประเทศแบบด่วนจี๋ จึงไม่น่าจะใช่ข่าวเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณเสียชีวิตอย่างที่เข้าใจ แต่น่าจะเกิดจากสองสาเหตุ หนึ่งคือเรื่องการชุมนุมที่ยืดเยื้อ และม็อบได้สูญเสียความชอบธรรม อาจนำไปสู่ความรุนแรงขั้นสุดท้าย

สองคือเรื่องคดีความบริษัทวินมาร์คที่มีโอกาสสูงจะถูกดำเนินคดี ซึ่งความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์เป็นความผิดอาญา โทษคือ จำคุกและปรับ โดยเมื่อดูตามสำนวนแล้ว ความเสี่ยงอาจไม่ใช่แค่ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานเท่านั้น....แต่ยังรวมถึงสาแหรกในตระกูลชินวัตรอีกด้วย

*** สำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ อาจมีการรื้อสำรวจข้อมูลความยากจนในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาใหม่ หลังตรวจพบว่าการสุ่มข้อมูลต่อกลุ่มตัวอย่างขาดความละเอียดอย่างรุนแรง โดยเข้าสำรวจครัวเรือนเพียงแค่หลักหมื่นตัวอย่างเท่านั้น ขณะที่คนไทยทั้งประเทศมีเกือบ 70 ล้านคนเข้าไปแล้ว ทำให้ค่าของความคลาดเคลื่อนด้านการกระจายรายได้และความเหลื่อมล้ำในสังคมอาจไม่ถูกต้องนัก

**** คณะกรรมการกำกับการใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง ที่มีพนัส สิมะเสถียร เป็นประธานเพิ่งประชุมครั้งล่าสุดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะยกเลิกการออกพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไป แต่ที่ประชุมวิเคราะห์ว่า คงไม่ใช่เหตุผลอย่างที่รัฐบาลอ้างว่างบประมาณเกินดุลมากมายหรอก แต่เป็นเพราะเสนอขึ้นไปก็มีความเสี่ยงที่วุฒิสมาชิกจะตีตก และยิ่งสร้างปัญหาทางการเมืองให้อีรุงตุงนังมากกว่า

*** ต้องจับตาตัวเลขรายได้ของรัฐบาลเดือนเม.ย.ที่กระทรวงการคลังจะมีการประกาศออกมาเร็วๆนี้ ว่าจะได้รับผลกระทบจากการเมืองแค่ไหน เพราะยอดรายได้ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาแม้จะยังเกินเป้าหมาย แต่เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมาแล้วปรากฎว่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ข้าราชการในสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ยังหวั่นใจกับสัญญาณนี้อยู่

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?