
เกลี่ยงบเน้นเบิกเงินเร็ว
คลังคุยครึ่งปีจ่าย9.65แสนล้านปรับถนนไทยเข้มแข็ง7พันล้าน
โพสต์ทูเดย์
— กรมบัญชีกลางโชว์เบิกจ่ายงบครึ่งปีแรกฉลุยกว่า 9.6 แสนล้าน พร้อมปรับงบไทยเข้มแข็งของหน่วยงานที่จัดสรรไม่ทันนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2553 ของหน่วยงานรัฐในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ สามารถเบิกจ่ายได้แล้ว 9.65 แสนล้านบาท คิดเป็น 56.81% ของงบประมาณรายจ่าย 1.7 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำ 8.44 แสนล้านบาท คิดเป็น 57.08% และรายจ่ายลงทุน 1.21 แสนล้านบาท คิดเป็น 54.99%
ขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกสามารถจัดสรรงบประมาณได้แล้ว 2.92 แสนล้านบาท และเบิกจ่ายได้ 1.26 แสนล้านบาท คิดเป็น 43% ของวงเงินที่ได้รับการจัดสรร โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2553 คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ 2.8 แสนล้านบาท หรือประมาณ 80% ของงบทั้งหมด
สำหรับหน่วยงานที่ขอชะลอการเบิกจ่าย ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ รายงานสรุปตัวเลขโครงการทั้งหมดเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาตัดสินภายในวันที่ 21 พ.ค.นี้ เพื่อให้กรมบัญชีกลางได้สรุปตัวเลขโครงการที่ใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ที่กำหนดให้กู้เงินภายในปี 2553 แต่ไม่สามารถเสนอจัดสรรโครงการก่อหนี้ได้ทัน ก็จะพับโครงการทิ้งไป ซึ่งจะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าจะเหลือโครงการลงทุนเป็นเม็ดเงินจำนวนเท่าใด
นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ผลจากการเบิกจ่ายและการจัดเก็บรายได้ที่เกินกว่าเป้าหมาย ทำให้กรมบัญชีกลางมีนโยบายในการทบทวนโครงการที่เสนอขอใช้เงินงบประมาณเหลื่อมปีจำนวน 1.24 หมื่นล้านบาท ที่ได้เคยสั่งพับโครงการไป เพราะเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อ แต่ไม่สามารถใช้งบปีปัจจุบันได้ เนื่องจากรายจ่ายมีจำกัด และความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ไม่สามารถก่องบผูกพันได้ กรมบัญชีกลางจึงได้ออกหลักเกณฑ์เพื่ออนุมัติให้นำเงินนั้นกลับมาใช้ได้จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. โดยหน่วยงานไม่ต้องทำหนังสือข้อตกลงมาที่กรมบัญชีกลาง
สำหรับหลักเกณฑ์ประกอบด้วย 1.ขยายเวลาใช้งบประมาณปี 25502552 ที่มีหนี้ผูกพันและมีวงเงินต่ำกว่า 5 หมื่นบาท จากเดิมให้ขยายเวลาเบิกจ่ายเงินเฉพาะเงินงบ 2552 ที่มีเงินคงเหลือไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท
2.อนุมัติให้ใช้งบปี 25462551 ที่ไม่มีหนี้ผูกพัน จากเดิมกรณีไม่มีหนี้ผูกพันให้ขยายเฉพาะปี 2552 เท่านั้น โดยงบปี 25462549 ต้องมีวงเงินแต่ละรายการมากกว่า 5 ล้านบาท งบปี 25502551 มีวงเงินแต่ละรายการเกิน 2 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างทบทวนโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกกู้เงินตาม พ.ร.บ. 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงการลงทุนระยะสั้น เพราะเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัว ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นหรือเร่งให้มีการเบิกจ่ายเงินออกไป เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น วงเงิน 1.4 หมื่นล้านบาท ที่ยังเหลือเบิกจ่ายอีก 7,000 ล้านบาท ที่ต้องลงทุนในปีหน้าอาจจะต้องเลื่อนออกไปใช้ในปีถัดไปแทน และนำเงินดังกล่าวมาใช้ในโครงการอื่นที่สามารถลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจได้แทน







