
นกแอร์ผวาเงินบาทสวิงแบกต้นทุนดอลลาร์45%
NOK ห่วงค่าเงินบาทผันผวนมากกว่าการเมือง กระทบต้นทุน ยันไตรมาส 4 ไม่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
NOK ห่วงค่าเงินบาทผันผวนมากกว่าการเมือง กระทบต้นทุน ยันไตรมาส 4 ไม่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน
นายปัญญา ชุติศิริวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) เปิดเผยว่า บริษัทกังวลเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่าปัจจัยทางการเมือง เพราะเงินบาทอ่อนค่ามากจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานที่ใช้เงินเหรียญสหรัฐ ทั้งต้นทุนน้ำมันที่คิดเป็น 30% และค่าเช่าเครื่องบินที่ 14-15% ของต้นทุนโดยรวม
สถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงตอนนี้ ถือว่าบริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ เพราะมีการทำประกันอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (เฮดจิ้ง) ไว้มากกว่า 30% เพิ่มขึ้นจากระดับปกติที่ 30% และมั่นใจว่าไตรมาส 4 จะไม่มีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนแน่นอน และเหตุการณ์ทางการเมืองส่งผลกระทบต่อบริษัทน้อยมาก แม้จะมีการจองตั๋วเครื่องบินลดลงไปบ้าง แต่ไม่มีนัยสำคัญ
ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดในมือที่ 5,000 ล้านบาท โดยไม่มีหนี้หรือการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ทั้งรูปเงินบาทหรือสกุลเหรียญสหรัฐแต่อย่างใด
ด้านผลการดำเนินงานในปีนี้ ยังคงเป้ารายได้เติบโต 40% จากปีก่อน และกำไรสุทธิน่าจะทำได้ 1,200 ล้านบาท จากงวด 9 เดือน ทำได้ 921 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีนี้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 84-85% จากยอดผู้โดยสารจำนวน 5.5 ล้านคน และ 9 เดือน อยู่ที่ 4.2 ล้านคน
“ปีนี้ NOK น่าจะเป็นบริษัทสายการบินเพียงแห่งเดียวที่จะจ่ายเงินปันผลได้โดยปกติ มีนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 25% แต่ 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทจ่าย 50% ของกำไรสุทธิ และปีนี้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.54 บาทต่อหุ้น” นายปัญญา กล่าว
สำหรับแผนปี 2557 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 25-30% ตามอัตราจำนวนผู้โดยสารที่โตขึ้น 25% เพราะมีการนำเครื่องบินเข้ามาอีก 4 ลำ เป็นเครื่องโบอิ้ง 373-800 และเครื่องบินเช่าขนาดกลางอีก 2 ลำ เพราะมีแผนจะเปิดเส้นทางบินใหม่ในปีหน้าเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ แนะนำหุ้นในสัปดาห์นี้ ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท เคซีอี (KCE) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เพราะจะได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนและกำไรเติบโตดี รวมถึงหุ้นบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ที่ได้ดีจากดอกเบี้ยลดลง และจะมีการรับรู้รายได้สูงในปีหน้า







