posttoday
2ล้านล้านคลุกฝุ่นม็อบเอกชนแนะทางเลือกลงทุน

2ล้านล้านคลุกฝุ่นม็อบเอกชนแนะทางเลือกลงทุน

26 พฤศจิกายน 2556

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

ผ่านครึ่งทางร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศในวาระที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ยังคลุกฝุ่นและเสถียรภาพของรัฐบาลที่ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงทำให้คนในวงการอสังหาริมทรัพย์มองข้ามช็อตไปถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ภายใต้ร่มเงาเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทว่า หากรัฐบาลไม่ได้ไปต่อ “รถไฟความเร็วสูง”จะไม่ได้ไปต่อด้วยหรือไม่

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการ บริหาร บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ถ้าวิกฤตการเมืองเดินไปถึงจุดที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ทุกอย่างก็เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่ หลายโครงการที่แม้จะเดินไปครึ่งทางแล้ว ก็อาจต้องเริ่มต้นใหม่เช่นกัน

ขณะที่หลายฝ่ายยังคงประเมินว่า ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลหรือไม่เปลี่ยน เมกะโปรเจกต์นี้เป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลควรดำเนินการ เพียงแต่รูปแบบในการพัฒนาจะเป็นอย่างไร “รถไฟความเร็วสูง” หรือ “รถไฟรางคู่” ขึ้นอยู่กับการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนของภาครัฐ โดยเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีต่อโครงการดังกล่าว ล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ เห็นด้วยกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ แต่อยากให้รัฐทบทวนรูปแบบของเงินลงทุนใหม่ รวมถึงให้ลองศึกษาโครงการรถไฟรางคู่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับภาคประชาชนด้วย

แนะตั้งกองทุนฯ สร้างสาธารณูปโภค

อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า การพัฒนารถไฟฟ้าใหม่ๆ ที่กระจายไปยังภูมิภาคถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรเลือกรูปแบบในการลงทุนที่เหมาะสม โดยภายใต้งบลงทุนที่จำกัดควรปรับมาเป็นรถไฟรางคู่แทนดีหรือไม่ เพราะราคาค่าบริการจะเหมาะสมกับกำลังซื้อของคนไทย ส่วนรูปแบบเงินทุนควรจะมองหาทางเลือกอื่นๆ ที่นอกเหนือจากการกู้ 2 ล้านล้านบาท เช่น ตั้งกองทุนสาธารณูปโภคในการระดมเงินมาก่อสร้างคล้ายกับบีทีเอส หรือทรู โดยอาจตั้งเป็นกองทุนแยกสายรถไฟฟ้า กองทุนรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ กองทุนฯ สายภาคกลาง กองทุนฯ สายภาคใต้ เป็นต้น

กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร ชี้แจงว่า ในมุมของนักธุรกิจย่อมเห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ 2 ล้านล้านบาท เพราะเป็นการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค แต่หากมองในเชิงสังคมแล้ว รัฐควรศึกษาให้รอบด้านว่าส่งผลบวกต่อท้องถิ่นอย่างไรบ้าง และท้องถิ่นเป็นผู้ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงหรือไม่

ขณะที่ อิสระ บุญยัง ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา กรุ๊ป กล่าวว่า การลงทุนโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องวางผังเมืองให้ดีและให้ผังเมืองสนับสนุนการลงทุนรอบสถานี เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะหากลงทุนไปแล้ว แต่ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่รอบนอกได้ ก็เท่ากับสูญเปล่าเหมือนเช่นหลายโครงการรถไฟฟ้าที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟรางคู่ ล้วนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย แต่ ณ วันนี้ คงต้องให้ฝุ่นตลบทางการเมืองจางลงเสียก่อน จึงจะเห็นภาพรถไฟฟ้าที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคชัดเจนอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน