
เข้าใจดี-จังหวะเด่นเคล็ดอาหารไทยบุกเวียดนาม
การลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างในประเทศเพื่อนบ้านให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
การลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างในประเทศเพื่อนบ้านให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการ แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือ “ความเข้าใจ” สภาพแวดล้อมต่างๆ ของประเทศเป้าหมาย และ “จังหวะ” ในการก้าวที่เหมาะสม
นันทวัฒน์ ปัญญาเรืองธรรม เจ้าของร้านอาหารไทยเวียดนาม THA VI Restaurant ในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ถือเป็นคนหนึ่งที่มีทั้ง “ความเข้าใจ” และ “จังหวะ” ครบถ้วน จากช่วงชีวิตที่เคยเป็นเชฟอาหารเวียดนามของโรงแรมเอเชีย จนผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน
เขาเล่าว่า อยู่ฮานอยมาประมาณ 13 ปีแล้ว โดยตอนแรกมาทำงานร้านอาหารไทยตามคำชักชวนของนักธุรกิจคนหนึ่ง ความตั้งใจแรก คือ แค่อยากมาเรียนทำอาหารเวียดนามเพิ่มเติม มารู้จักว่าอาหารเวียดนามรสชาติต้นตำรับเป็นอย่างไร แต่เมื่อทำงานได้ 2 ปี ก็เจอแฟนสาวชาวเวียดนาม แล้วแต่งงานกัน นี่จึงกลายเป็นจังหวะชีวิตใหม่ ที่ทำให้เขาตัดสินใจร่วมทุนกับแฟนและเพื่อนชาวเวียดนามอีก 1 คน ก่อตั้งร้านอาหารร้านนี้ขึ้นมา
โมเดลการทำธุรกิจของเขาออกจะแปลกแหวกแนวกว่าร้านอาหารทั่วไปที่คนไทยคุ้นเคย เขาตั้งร้านอยู่ที่ชานเมืองฮานอย และรับเฉพาะลูกค้าทัวร์เท่านั้น ไม่รับลูกค้าขาจรหรือลูกค้าวอล์กอินเลย เนื่องจาก เขาเข้าใจสภาพความเป็นไปของกรุงฮานอย
“เขตเมืองฮานอยจะห้ามจอดรถทัวร์ ถ้าตั้งร้านในเมืองจะได้เฉพาะลูกค้าวอล์กอินเท่านั้น แต่ค่าเช่าที่ก็ค่อนข้างสูง ขณะที่ชานเมืองฮานอย คนทั่วไปอาจจะเดินทางลำบาก แต่สามารถจอดรถทัวร์ได้ จะได้ลูกค้ากลุ่มใหญ่ตลอด จึงมองว่าโมเดลนี้เหมาะสม”
ช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลต่างๆ จะมีกลุ่มทัวร์เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านจำนวนมาก จนทำให้พื้นที่ส่วนร้านอาหาร 4 ชั้นบนตึกแถวตึกนี้แน่นขนัด ลูกค้าทัวร์ของเขากว่า 60% เป็นชาวไทย ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40% เป็นลูกค้าชาวเอเชียชาติต่างๆ รวมกัน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้
สำหรับรสชาติอาหาร จะประยุกต์ให้ถูกปากลูกค้า หากเป็นคนไทยสั่งอาหาร ร้านจะเสิร์ฟอาหารรสชาติคุ้นปากคนไทย แต่มีบ้างที่อาจต้องประยุกต์ เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างไม่สามารถหาซื้อได้ในเวียดนามและต้องนำเข้า เช่น เครื่องแกง ใบมะกรูด ในทางตรงกันข้าม หากเป็นอาหารเวียดนามจะพยายามทำให้เป็นรสชาติต้นตำรับเลย
ในแง่การบริหารร้าน นันทวัฒน์ มีลูกจ้างในร้าน กว่า 20 คน ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชาวเวียดนาม โดยสาเหตุที่เลือกจ้างนักศึกษานั้นมาจาก 2 ปัจจัย 1.กลุ่มนักศึกษาคือผู้มีความรู้ สามารถคุยกันได้ด้วย เหตุผล บริหารได้ไม่ยาก 2.การจ้างนักศึกษาจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าแรงได้ ปัจจุบันเขาให้ค่าจ้างนักศึกษาประมาณ 2,5003,000 บาทต่อคนต่อเดือน
ขณะเดียวกันการทำธุรกิจร้านอาหารแห่งนี้ ยังเป็นความท้าทายที่ทำให้เขาต้องปรับตัวอีกหลายเรื่อง แม้เดิมทีจะพอรู้ภาษาเวียดนามอยู่บ้างสมัยอยู่เมืองไทย แต่พอมาที่นี่ต้องเรียนภาษาเพิ่ม เพื่อให้คุยกับทุกคนเข้าใจ ต้องปรับตัวให้เป็นคนเวียดนามในหลายเรื่อง เพื่อช่วยให้การสื่อสารระหว่างกันราบรื่น
“ผมคิดว่าคนเวียดนามมีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมคล้ายๆ คนจีน คือ ค่อนข้างเป็นคนโฉ่งฉ่าง ตรงไปตรงมา หัวไว ฉลาด จะไม่อ้อมค้อม และนอบน้อมแบบคนไทย เวลาสื่อสารกับเขา ผมจะพยายามปรับตัวอย่างผู้เข้าใจเขาที่สุด”
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากร้านอาหารของเขามีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นลูกทัวร์ชาวไทย เขาจึงให้ลูกน้องของเขาร่วมปรับตัว “ครึ่งทาง” โดยเขาจะค่อยๆ สอนภาษาไทยสำหรับการต้อนรับ พร้อมทั้งปลูกฝังเอกลักษณ์ไทยให้คนในร้านทุกคนเป็นคนโอบอ้อมอารีและมีบุคลิกลักษณะนอบน้อมเหมือนคนไทย
สำหรับคนไทยที่สนใจมาลงทุนในเวียดนาม เขาแนะนำว่า ต้องรู้และเข้าใจ 2 เรื่อง 1.กฎหมาย 2.ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนที่นี่ ต้องอย่ามั่นใจว่าจะไม่พลาด เพราะเขาเห็นนักธุรกิจไทยมาเจ็บตัว ที่ฮานอยจำนวนมากแล้ว ทั้งในธุรกิจสปาและธุรกิจ จัดงานแต่งงาน ดังนั้น อย่าเชื่อเพียงข้อมูลที่ได้รับก่อน เดินทางเข้ามาเท่านั้น







