posttoday
นักลงทุนหันหลังให้สินทรัพย์เสี่ยง

นักลงทุนหันหลังให้สินทรัพย์เสี่ยง

25 พฤศจิกายน 2556

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.7032 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ในสัปดาห์นี้ ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.7032 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ค่าเงินบาทได้รับแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่คลี่คลายและความผันผวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ รวมถึงทีท่าของธนาคารกลาง (เฟด)

ในสัปดาห์นี้ปัจจัยที่คาดว่าจะกระทบค่าเงินบาทที่น่าติดตาม ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งตลาดต่างจับตามองว่า ธปท.จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสภาพัฒน์ได้ปรับลดประมาณการ GDP ของไทยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม เราคาดว่า ธปท.จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% เนื่องจากความกังวลต่อภาระหนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 80% ต่อ GDP ซึ่งนับว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน และมุมมองของ ธปท.ต่อระดับอัตราดอกเบี้ยขณะนี้ ว่าเหมาะสมต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแล้ว

นอกจากนี้ ตลาดยังควรจับตาตัวเลขจากภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐ (เช่น จำนวนการก่อสร้างบ้านใหม่ และดัชนีราคาบ้าน) ตัวเลขการส่งออกของไทย และตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนจาก ธปท.ประจำเดือน ต.ค.

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมาก โดยในช่วงต้นสัปดาห์นักลงทุนกล้าถือสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น หลังจากผู้กำหนดนโยบายจากเฟดออกมาให้ความมั่นใจกับตลาดว่าจะยังไม่ชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์(QE) และการที่ทางการจีนประกาศแผนปฏิรูปเศรษฐกิจประจำปี ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่แล้วนักลงทุนกลับเข้าถือเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น ส่งผลให้สกุลเงินอื่นๆ อ่อนค่าลง หลังเฟดเผยแพร่บันทึกการประชุม ซึ่งมีรายละเอียดว่าคณะกรรมการอยากจะเริ่มชะลอ QE

ประกอบกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดทั้ง

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ และดัชนีของกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ การประกาศตัวเลขGDP ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ทั้งไทยและอินโดนีเซีย ที่ออกมาต่ำกว่าคาดทำให้นักลงทุนมองว่าการลงทุนในเอเชียมีความน่าสนใจน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่แนวโน้มเศรษฐกิจปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น 9,604 ล้านบาทและพันธบัตร 911 ล้านบาท

สำหรับการซื้อขายหุ้นกู้ภาคเอกชน

หุ้นกู้ที่มีการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้แก่

หุ้นกู้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อายุ 3 ปี อันดับเครดิต A อัตราดอกเบี้ย

4.25% จำนวน 2,000 ล้านบาท และหุ้นกู้กลุ่มลีสซิ่ง อันดับเครดิต AAA

อายุ 23 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.38-3.65% จำนวน 2,300 ล้านบาท

สำหรับหุ้นกู้ตลาดรองที่มีปริมาณซื้อขายกันมากในสัปดาห์นี้

เป็นกลุ่มอายุประมาณ 6-12 เดือน อันดับความน่าเชื่อถือ AA

อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 3.08%-3.10%

และกลุ่มอายุประมาณ 1 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ AAA

อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 3.13%-3.15%

และกลุ่มอายุประมาณ 67 ปี อันดับความน่าเชื่อถือ A

อัตราผลตอบแทนที่ซื้อขายกันประมาณ 4.65% 4.70%

ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 31.60 ก่อนอ่อนค่าลงมาที่ 31.82 ในวันศุกร์ โดยปัญหาทางการเมืองที่ยังไม่คลี่คลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อประเทศไทยลดลง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 ล้านล้านบาท ของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการแก้ไขร่างที่มาของ สว. ว่าผิดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

นอกจากนี้ สภาพัฒน์ยังปรับลดเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลง จากที่คาดไว้ 3.84.3% เหลือเพียง 3%

ค่าเงินยูโรในสัปดาห์ที่ผ่านมารีบาวด์ขึ้นต่อเนื่อง โดยเศรษฐกิจยูโรโซนและตลาดหุ้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากตัวเลข GDP ของยูโรโซนในไตรมาส 3 ที่แสดงว่าเศรษฐกิจได้หลุดพ้นจากภาวะถดถอยแล้ว โดยขยายตัว 0.1% (จากไตรมาสก่อนหน้า) จาก 0.3% ในไตรมาส 2

ประกอบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนเยอรมันที่ดีขึ้น

โดยมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุล

าคม ปี 2552 อย่างไรก็ตาม ยูโรโซนยังมีความเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืด

เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อลดต่ำลงมาเป็นเวลานาน ค่าเงินยูปิดตลาดที่

1.3513 ในวันศุกร์ (เวลา 17.00 น.)

ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ 100.16และอ่อนค่าลงมาปิดที่ 101.22 ต่อเหรียญสหรัฐ ในวันศุกร์ (เวลา 17.00 น.) ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และเงินยูโร

หลังการคาดการณ์ว่าเฟดจะชะลอ QE เร็วกว่าคาด ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังประกาศคงอัตราการเข้าซื้อสินทรัพย์ ในการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว โดยผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นเผยว่า สถานการณ์ในสหรัฐฯ และยูโรโซนที่ดูดีขึ้น น่าจะส่งผลดีต่อการส่งออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้นักลงทุนเชื่อว่า เงินเยนจะอ่อนค่าต่อไปในระยะยาวในสัปดาห์นี้

จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ ซึ่งจะสะท้อนผลของนโยบาย

Abenomics ของทางการญี่ปุ่นที่ดำเนินมาครบ 1 ปีa

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน