posttoday
กาสิโน....โอกาสแห่งเอเซีย

กาสิโน....โอกาสแห่งเอเซีย

03 พฤษภาคม 2553

.....ฐาปนา

หากเอ่ยชื่อบริษัท MGM คนไทยส่วนใหญ่อาจจะไม่คุ้นหูนัก แต่ก็อาจจะมีบางท่านที่คุ้นเคยดี โดยเฉพาะคนที่ชอบแวะไปเสี่ยงโชคที่มาเก๊า เนื่องจาก MGM เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการด้านธุรกิจการพนันรายใหญ่รายหนึ่งของที่นั่น

เหตุที่นำเรื่องของ MGM มาเล่าสู่กันฟังก็เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของ MGM ได้กล่าวในสิ่งที่น่าสนใจ คือ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า ที่เอเชียนี้การพนันเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมาก แต่กลับไม่ค่อยมีสถานที่เล่นการพนันอย่างถูกกฎหมาย MGM จึงได้พยายามหาโอกาสเสมอมาที่จะขยายตลาดมาสู่เอเชีย

อ่านอย่างนี้แล้วก็คล้อยตามว่า เป็นเรื่องจริงทีเดียวที่เอเชียเป็นสถานที่ซึ่งการพนันได้รับความนิยมมาก ดูจากประเทศไทยเราที่มี “บ่อน” ที่ไหน ก็เห็นคนไปแทงได้แทงเสียกันมากมาย รวมถึงสถานการณ์การพนันในประเทศเพื่อนบ้านก็มีคนไทยออกไปแสวงหาโชคกันบ่อยๆ แต่เอาเข้าจริง แม้คนไทย หรือในอีกหลายๆ ประเทศในเอเชียจะนิยมการพนันมาก ทว่า สถานที่ให้บริการเล่นการพนันที่ถูกกฎหมายยังมีไม่มากนัก

อย่างกรณีของ MGM นั้น การที่พยายามมองหาโอกาสมาลงทุนในธุรกิจการพนันในเอเชีย ก็คงจะเป็นการมองแล้วว่า น่าจะได้ประโยชน์โภชผล คือได้กำไรเป็นที่แน่นอน และล่าสุด MGM ก็ได้โอกาสขยายตลาดมาใกล้ๆ บ้านเรานี่เอง คือที่ประเทศเวียดนาม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานมาจากสหรัฐอเมริกาว่า กลุ่มนักลงทุนในกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ในนามของฮาร์บิงเกอร์ แคปปิตอล พาร์ตเนอร์ส ได้สิทธิไปเปิดกาสิโน รีสอร์ต ด้วยสไตล์แบบลาสเวกัสที่เมืองแถบทะเลชายฝั่งของเวียดนาม บริเวณที่เรียกว่า โฮ แทรม ซึ่งจะลงมือก่อสร้างเร็วๆ นี้ ก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการประมาณต้นปี พ.ศ. 2555 ภายใต้ใบอนุญาตการลงทุนเป็นเวลา 50 ปีจากรัฐบาลเวียดนาม

ในโครงการนี้จะมีการทุ่มงบประมาณลงทุนมากถึง 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่จะสร้างเป็นรีสอร์ตหรูจำนวน 5 แห่ง และในจำนวนนี้ 2 แห่งจะเป็นพื้นที่ ซึ่งให้บริการกาสิโนด้วย โดยรัฐบาลได้อนุญาตให้มีโต๊ะเกมจำนวน 180 โต๊ะ และเครื่องเล่นเกมอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น สลอตแมชชีน จำนวน 2,000 เครื่อง

โครงการนี้จะถูกบริหารโดย ลอยด์ นาธาน ซึ่งก่อนนี้เคยร่วมงานกับ MGM มาก่อน โดยงานนี้นาธานจะเข้ามาดูแลตั้งแต่การบริหารเงินทุน และการก่อสร้าง โดยรั้งตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่จะมาเป็นผู้พัฒนาที่ดินตรงนี้ คือ บริษัท เอเชียน โคสต์ ดีเวลล็อปเมนท์ ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ได้มีการจ้าง MGM ให้เข้ามาเป็นผู้บริหารกาสิโน รีสอร์ต ที่จะถูกตั้งชื่อว่า MGM Grand Ho Tram ซึ่งกาสิโน รีสอร์ตในส่วนที่ MGM จะเข้ามาบริหารนี้มีจำนวนห้องพักสำหรับแขกที่จะสร้างขึ้นจำนวน 1,100 ห้อง ใช้งบประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนกาสิโนอีกแห่งหนึ่งที่จะสร้างมาคู่ และเป็นคู่แข่งกันเองนั้นยังไม่ได้พิจารณาเลือกผู้ที่จะมาบริหาร แต่ก็คาดว่าจะเลือกได้ในเร็วๆ นี้

การที่รัฐบาลเวียดนามให้ใบอนุญาตประกอบการธุรกิจการพนันนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เคยมีมาก่อนแล้ว อย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ ในเดือน ม.ค. ก็เพิ่งจะมีการเปิดให้บริการกาสิโนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ที่เมืองดานัง ในซิลเวอร์ ชอร์ ดานัง รีสอร์ต ซึ่งประกอบด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว ขนาด 548 ห้อง เป็นกาสิโนที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่า ผู้ที่จะเข้าไปเล่นการพนันได้ต้องเป็นชาวต่างชาติเท่านั้น ส่วนชาวเวียดนามเองได้แค่มองตาปริบๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเวียดนามจะเล่นไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหากเป็นคนเวียดนามที่มาจากต่างประเทศก็สามารถเข้าเล่นได้เหมือนกัน แต่รวมๆ แล้ว เน้นรับเฉพาะต่างชาติเท่านั้น ซึ่งตามข่าวบอกว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคนเอเชียด้วยกันเองนี่แหละ

เห็นอย่างนี้แล้ว ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่รัฐบาลไทยสามารถเก็บมาคิดว่า ถึงเวลาหรือยังที่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนมาลงทุนเปิดกาสิโนที่บ้านเรา ภายใต้กฎระเบียบที่วางเอาไว้ให้ชัดเจน เหมือนกับที่เคยมีผู้เสนออยู่เรื่อยๆ ว่า น่าจะมีการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในส่วนที่ไม่สามารถปลูกพืชผลทางการเกษตรให้ได้ผล และวางระเบียบให้ชัดว่า จะเก็บเกี่ยวรายได้จากต่างชาติเท่านั้น ไม่ให้คนไทยได้เข้าไปเสี่ยง ในขณะที่คนไทยจะได้ประโยชน์จากการได้มีงานทำ ทดแทนรายได้จากการทำการเกษตรที่มีปัญหา

ส่วนคนไทยที่อยากเล่นการพนันก็ยังคงต้องไปมาเก๊า กัมพูชา หรือเวียดนาม

แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่า การเปิดกาสิโนในเมืองไทยจะมีได้หรือไม่นั้นยังมีเรื่องที่จะต้อง “ถก” กันอีกนาน ทั้งปัญหาด้านศีลธรรมที่จะต้องหยิบยกมาพูดควบคู่ไปกับเรื่องการลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าอะไรจะมีความสำคัญมากกว่ากัน ซึ่งเราจะต้องรอดูกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?