
ฟื้นเชื่อมั่น
สัญญาณที่ส่งออกมาจากโบรกเกอร์รายใหญ่ของสหรัฐ บริษัท โกลด์แมน แซคส์ ที่ปรับลดน้ำหนักการลงทุน
สัญญาณที่ส่งออกมาจากโบรกเกอร์รายใหญ่ของสหรัฐ บริษัท โกลด์แมน แซคส์ ที่ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นต่ำกว่าตลาด จากเดิมที่ให้น้ำหนักการลงทุนเท่ากับตลาด โดยให้เหตุผลการปรับลดว่า เพราะมีความเสี่ยงเรื่องนโยบายของรัฐบาลและภาพรวมของเศรษฐกิจมหภาค ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของกำไรของบริษัทที่ทำมาค้าขายอยู่ในเมืองไทย รวมถึงจะทำให้มูลค่าหุ้นต่างๆ ลดลง
จากเหตุผลที่ว่ามาจากความเสี่ยงนโยบายของรัฐบาลและภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค สิ่งนี้เท่ากับเป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า นโยบายของรัฐบาลหลายเรื่องน่าจะมีปัญหา ที่จะสร้างผลกระทบมากกว่าจะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจประเทศไทยเจริญเติบโตไปตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง เพราะความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักลงทุนจะเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อเรื่องต่างๆ ค่อนข้างเร็วและอ่อนไหวง่าย หากเห็นว่าแนวโน้ม ความเสี่ยง หรือผลตอบแทนได้ไม่คุ้มเสีย กลุ่มนายหน้าลงทุนในหุ้นก็จะเคลื่อนย้ายการลงทุนไปหาสิ่งที่มีความน่าเชื่อถือกว่า ความเสี่ยงต่ำกว่า และผลตอบแทนมากกว่า
ด้วยสัญญาณเตือนดังกล่าว นับเป็นการยืนยันคำเตือนหน่วยงานทั้งต่างประเทศและในไทยก่อนหน้านี้ ที่ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ รวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้ออกมาเตือนรัฐบาลให้ปรับหรือเลิกนโยบายที่ไม่สมเหตุสมผลก่อนที่ประเทศไทยจะมีปัญหาการคลัง เงินเกลี้ยงประเทศ กระทบให้ชาติขาดความเชื่อมั่น ต่างชาติไม่มั่นใจ สะเทือนต้นทุนการเงินในการทำธุรกิจ ประชาชนทั่วไปให้ต้องกู้เงินด้วยดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น โดยเฉพาะนโยบายบิดเบี้ยว เช่น โครงการรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมาก ซึ่งรัฐบาลได้บอกมาตลอดว่าต้องการช่วยชาวนา แต่การทำนโยบายผ่านมา 23 ปี รอบการเพาะปลูกก็เห็นแล้วว่าเงินตกถึงมือชาวนาเพียง 20% ที่เหลือถึง 80% เงินไปตกกับโรงสี ผู้ส่งออกบางราย นักการเมือง ข้าราชการ
นอกจากนี้ หลายโครงการที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งในแง่เศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม แต่เต็มไปด้วยวาระซ่อนเร้น ซึ่งสังคมกังขา เช่น โครงการ 2 ล้านล้านบาท กับโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท รัฐบาลควรทบทวนบางโครงการได้แล้ว ส่วนโครงการที่สมควรทำ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการแผนขยายเส้นทางน้ำเดิมปรับปรุงให้มีการระบายน้ำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการลงทุนดังกล่าวเชื่อว่าส่วนใหญ่มีความเห็นที่จะต้องทำต้องลงทุน หากรัฐบาลดึงทั้งฝ่ายที่เห็นต่างกับเห็นด้วยมาหารือร่วมกันเชื่อว่า โครงการลงทุนในส่วนดังกล่าวคงจะเดินหน้าและเรียกความเชื่อมั่นให้รัฐบาลได้
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าดันโครงการ 2 ล้านล้านบาท หรือโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แบบสุดซอยต่อไป สิ่งนี้ก็คงยังเป็นที่สงสัยว่าจะเกิดได้จริงตามที่รัฐบาลไปโรดโชว์ที่ต่างประเทศได้จริงหรือไม่
ดังนั้น หากรัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา ก็ถึงเวลาที่จะทบทวนปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกนโยบายที่ทำลายความน่าเชื่อถือได้แล้ว







