posttoday
สั่งเจาะลึกเกษตรเพื่อนบ้าน

สั่งเจาะลึกเกษตรเพื่อนบ้าน

22 พฤศจิกายน 2556

ลุยเก็บข้อมูลสินค้าทุกมิติรายประเทศเดินเกมรุกรับแข่งขันหลังเปิดเสรี

ลุยเก็บข้อมูลสินค้าทุกมิติรายประเทศเดินเกมรุกรับแข่งขันหลังเปิดเสรี

รมว.เกษตรฯ เข้ม สั่งเร่งปรับแผนรับเปิดเออีซี ประเมินศักยภาพคู่แข่งรอบด้าน พร้อมสู้ศึกทั้งเชิงรับเชิงรุก

แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กองเกษตรอาเซียนไปศึกษาผลกระทบเชิงนโยบายและผลกระทบที่มีต่อสินค้าเกษตรที่มีการประกันราคาในกรณีที่มีการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศเพื่อนบ้าน

พร้อมกันนี้ยังให้ศึกษาความต้องการการลงทุนด้านเกษตรกรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ความชัดเจนของการจัดระบบสินค้าเกษตร นโยบายส่งเสริมการเกษตรรายประเทศ เพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากแผนการปฏิบัติงานที่กรมอาเซียนสรุปมาเบื้องต้นขาดการทำงานเชิงรุกโดยเฉพาะการให้ข้อมูลและการศึกษาเปรียบเทียบ

“ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นงานเชิงรับและเน้นการประชาสัมพันธ์เรื่องการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้เกษตรกร แต่ไม่มีรายละเอียดว่าไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบอะไรบ้าง จะต้องปรับหรือเพิ่มกฎหมายใดบ้าง เพื่อรองรับการค้ายุคเออีซี” แหล่งข่าวเปิดเผย

ก่อนหน้านี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ศึกษาศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในการเปิดเออีซี 10รายการ คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ยางพารา กาแฟ ผลไม้ ปศุสัตว์ และประมง โดยได้เสนอแนวทางการปรับตัวของภาคเกษตรไทย 4 ประเด็น ได้แก่ 1.สินค้าเกษตรของอาเซียนต้องมีมาตรฐานเดียวและทุกประเทศสามารถปฏิบัติได้ 2.การคมนาคมทางรถยนต์ของประเทศไทยแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน และการขนส่งสินค้าผ่านแดนในประเทศเพื่อนบ้านต้องเปลี่ยนหัวลาก ทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น จึงต้องมีการแก้ไขในส่วนนี้ 3.ควรพิจารณาป้องกันการนำเข้าวัตถุดิบราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน และ 4.ควรมีการกำหนดตำแหน่งประเทศไทยในเออีซีให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นแนวทางจัดทำนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน ได้แนะนำการปรับนโยบายสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น กรณีข้าว ควรจัดตั้งหน่วยงานบริหารจัดการสินค้าข้าว โดยรวมนำทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำมาช่วยดำเนินการ ส่วนยางพาราควรส่งเสริมการแปรรูปยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น และภาคประมงควรหามาตรการเปิดสัมปทานในน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้านเพิ่ม เช่น พม่าทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯได้รับงบประมาณปี 2557 วงเงิน 395 ล้านบาท สำหรับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ใน 17 โครงการ และโครงการย่อยในยุทธศาสตร์อาเซียนซึ่งประกอบด้วย โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน โครงการเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตรชายแดนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โครงการพัฒนาการเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์อาเซียน โครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลด้านการเกษตรทดแทนแรงงานเกษตร

สำหรับโครงการในการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน อาทิ 1.ให้สำนักงานการเกษตรต่างประเทศจัดจ้างมหาวิทยาเกษตรศาสตร์เป็นที่ปรึกษาจัดทำแผนปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2. โครงการประชาสัมพันธ์โดยกองเกษตรต่างประเทศ ให้ว่าจ้างจัดทำสื่อภาพยนตร์โฆษณา เน้นการสร้างความมั่นใจให้กำลังใจเกษตรกร โดยเผยแพร่ในฟรีทีวี ดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี โซเชียลเน็ตเวิร์ค สื่อกลางแจ้ง และ แอลอีดี สกรีนบนรถโดยสาร 3.การทบทวนกฏหมาย ระเบียบ ของหน่วยงานในสังกัด 4.แนวทางการบูรณาการด่านสำหรับสินค้าพืช ปศุสัตว์ ประมง ให้แล้วเสร็จในจุดเดียว 5. ให้วิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของสินค้ากษตรที่สำคัญเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบาย 6.การสร้างคลังข้อมูลลแห่งชาติ การจัดตั้งข้อมูลการค้าของอาเซียน โดยให้กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบเป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งโดยประสานกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯคือกรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) 7. การจัดสัมมนาเชิง การจัดนิทรรศการ อนาคตเศรษฐกิจไทยภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้เกษตรกร เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน