
ปล่อยกู้รายย่อยอียูส่อป่วน
เหตุแบงก์เล็งลดถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนเข้าทดสอบภาวะวิกฤตธนาคาร
เหตุแบงก์เล็งลดถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนเข้าทดสอบภาวะวิกฤตธนาคาร
แผนทดสอบภาคธนาคารอียู ส่อฉุดแบงก์ปล่อยสินเชื่อน้อยลง เหตุต้องการลดขนาดสินทรัพย์เสี่ยงสูง
ไฟแนนเชียล ไทมส์ เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้างความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก ระบุว่า แผนทดสอบความทนทานต่อสภาวะวิกฤต (สเตรท เทสต์) ในภาคธนาคารกลุ่มยูโรโซน ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2014 อาจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการปล่อยสินเชื่อแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รายงานอ้าง สเปนเซอร์ เลค หัวหน้าแผนกการลงทุนของธนาคารเอชเอสบีซี ให้เหตุผลว่า บรรดาธนาคารในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรโซน จำเป็นต้องปรับลดขนาดสินทรัพย์โดยเฉพาะที่มีความเสี่ยงสูงลง เพื่อปรับโครงสร้างก่อนเข้าสู่กระบวนการทดสอบสเตรท เทสต์ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารเหล่านั้นต้องลดสัดส่วนการปล่อยกู้แก่ธุรกิจขนาดย่อมที่มีความเสี่ยงสูงลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของธนาคารเดอะรอยัลแบงก์อ๊อฟสกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) เชื่อว่า บรรดาธนาคารยักษ์ใหญ่ในยูโรโซน อาจต้องปรับลดสัดส่วนสินทรัพย์เพิ่มเติมอีกถึง 2.6 ล้านล้านยูโร จากยอดงบดุลในปัจจุบันที่ 31.3 ล้านล้านยูโรในเดือน ก.ย. หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับลดสินทรัพย์ไปแล้วถึง 3.5 ล้านล้านยูโร เมื่อเดือน พ.ค. 2012
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สอดคล้องกับรายงานของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) พบว่า ในช่วงเวลาที่ธนาคารเหล่านั้นปรับลดขนาดสินทรัพย์ลงอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อแก่วิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันถึง 3.08 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 6.5% นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2011
“การทดสอบภาวะวิกฤตภาคธนาคารจะทำให้เกิดคลื่นการลดขนาดสินทรัพย์ครั้งใหญ่และรุนแรงขึ้น เนื่องจากจะส่งผลให้กลุ่มธนาคาร ต้องลดการถือครองสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” เลค กล่าวเตือน
ทั้งนี้ การเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างยากลำบากนับเป็นปัญหาสำคัญของธุรกิจขนาดเล็กในยูโรโซน เนื่องจากธนาคารขนาดใหญ่มีแนวโน้มให้สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่า แม้ว่าเอสเอ็มอีเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญและมีส่วนช่วยการสร้างงานถึง 2 ใน 3 ของภูมิภาคก็ตาม







